บริการทันตกรรม

ฟันปลอมติดแน่น

ฟันปลอมคืออะไร

ฟันปลอม คือ ฟันที่มาทดแทนฟันที่เสียไป ซึ่งสามารถใส่เข้าและถอดออกจากปากของเราได้ แม้ว่าฟันปลอมอาจจะต้องใช้เวลาในการทำความคุ้นเคย และไม่มีทางที่จะรู้สึกเหมือนฟันธรรมชาติ แต่ฟันปลอมในปัจจุบันก็แลดูเป็นธรรมชาติและมีความสะดวกสบายมากกว่าเมื่อก่อน

ฟันปลอมมี 2 ประเภท คือ แบบทั้งปาก และแบบบางส่วน ทันตแพทย์จะเป็นคนเลือกว่าคุณจะต้องใช้ฟันปลอมประเภทใด ขึ้นอยู่กับว่าคุณเสียฟันบางซี่หรือหมดทุกซี่ รวมทั้งต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายด้วย

ฟันปลอมทำงานอย่างไร ฟันปลอมชนิดทั้งปาก จะมีฐานเป็นอะคริลิคสีเหมือนเหงือกที่จะสามารถติดพอดีกับเหงือกของเรา ฐานของฟันปลอมบนจะติดกับเพดานปาก ในขณะที่ฟันปลอมล่างจะมีลักษณะเหมือนเกือกม้าเพื่อที่จะมีพื้นที่ให้กับลิ้น

ฟันปลอมจะทำโดยเฉพาะสำหรับแต่ละคนในห้องปฏิบัติการทันตกรรม จากการพิมพ์ปากของเรา ทันตแพทย์จะตัดสินว่าฟันปลอมชนิดใดเหมาะสมกับคุณ

ฟันปลอมทั้งปากแบบดั้งเดิม

ฟันปลอมทั้งปากแบบดั้งเดิมจะถูกใส่หลังจากฟันถูกถอนออกหมดและเนื้อเยื่อได้ฟื้นตัวแล้ว การฟื้นตัวของเนื้อเยื่ออาจใช้เวลาหลายเดือน ซึ่งในช่วงนั้นคุณจะไม่มีฟัน ฟันปลอมทั้งปากแบบทันที ฟันปลอมทั้งปากแบบทันทีจะสามารถสวมใส่ได้ในทันทีหลังจากที่ฟันทั้งหมดถูกถอนออก (ทันตแพทย์จะทำการวัดและสร้างแบบจำลองของขากรรไกรในช่วงก่อน) แม้ว่าฟันปลอมทั้งปากแบบทันทีจะช่วยให้เราไม่ต้องอยู่แบบไม่มีฟัน แต่ฟันปลอมชนิดนี้จะต้องมีการปรับเปลี่ยนหลายเดือนหลังจากที่ใส่ไปแล้ว เนื่องจากกระดูกที่รองรับฟันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาที่ฟื้นตัว ทำให้ฟันปลอมหลวมได้

ฟันปลอมแบบบางซี่

ฟันปลอมแบบบางซี่จะยึดโดยโครงโลหะที่ติดกับฟันธรรมชาติของเรา บางครั้งอาจต้องมีการครอบฟันที่ฟันธรรมชาติเพื่อทำหน้าที่เหมือนสมอสำหรับฟันปลอม ฟันปลอมแบบบางซี่อาจใช้เป็นสะพานฟัน เราต้องใช้เวลาเท่าใดจึงจะคุ้นเคยกับฟันปลอม ฟันปลอมใหม่อาจทำให้รู้สึกแปลกและไม่สบายในช่วงสัปดาห์แรกๆ หรืออาจเป็นเดือน การรับประทานอาหารและการพูดเมื่อใส่ฟันปลอมอาจจะต้องใช้เวลาในการฝึกเล็กน้อย ความรู้สึกเทอะทะหรือหลวมก็เป็นสิ่งที่พบบ่อย ซึ่งกล้ามเนื้อของแก้มและลิ้มก็จะค่อยๆ ทำความคุ้นเคยในการประคองฟันปลอมไว้ การมีน้ำลายไหลออกมาก ความรู้สึกว่าลิ้นคับปาก หรืออาการระคายเคืองเล็กน้อย ก็ไม่เป็นสิ่งแปลกเช่นกัน ถ้าคุณมีอาการระคายเคืองมาก ควรพบทันตแพทย์

ฟันปลอมสามารถอยู่ได้นานเท่าใด

เมื่อเวลาผ่านไป ฟันปลอมของคุณจะต้องมีการปรับ ทำใหม่ หรือเปลี่ยนฐาน ขึ้นอยู่กับลักษณะการสวมใส่ การเปลี่ยนฐานคือการทำฐานฟันปลอมใหม่โดยที่ยังคงตัวฟันไว้อยู่ นอกจากนี้ เมื่อเราอายุมากขึ้น ปากของเราก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้ฟันปลอมหลวม ทำให้การเคี้ยวอาหารลำบาก และระคายเคืองเหงือก อย่างน้อยคุณควรพบทันตแพทย์ทุกปีเพื่อทำการตรวจ

คำแนะนำในการดูแลฟันปลอมดังต่อไปนี้

เมื่อมีการจับฟันปลอม ควรยืนบนผ้าขนหนูหรืออ่างน้ำ เนื่องจากฟันปลอมมีความบอบบางและอาจหักได้ถ้าตก ห้ามปล่อยให้ฟันปลอมแห้ง ควรวางฟันปลอมในน้ำยาแช่ฟัน หรือในน้ำเปล่าเวลาที่ไม่ได้ใส่ ไม่ควรใช้น้ำร้อนเพราะอาจทำให้บิดได้ การแปรงฟันปลอมทุกวันจะช่วยกำจัดเศษอาหาร และคราบแบคทีเรีย และช่วยป้องกันการเกิดคราบ น้ำยาทำความสะอาดอาจจะช่วยได้แต่ไม่สามารถแทนการแปรงทุกวันได้ ควรแปรงเหงือก ลิ้น และเพดานปากทุกเช้าด้วยแปรงสีฟันที่มีขนแปรงอ่อนนุ่มก่อนที่จะสวมฟันปลอม ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและกำจัดคราบแบคทีเรีย พบทันตแพทย์ถ้าฟันปลอมหัก บิ่น แตก หรือหลวม ห้ามปรับฟันปลอมด้วยตัวเอง เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้น

ขั้นตอนการทำฟันเทียมทั้งปากมีดังนี้

  1. พิมพ์ปากครั้งแรก ใช้เวลา 15 นาที (หมอจะนำแบบที่พิมพ์ไปเทปูน ได้แบบจำลองของปาก ไปตรวจว่าควรทำฟันให้อยู่ในขอบเขตใด รวมทั้งไปทำถาดพิมพ์ปากสำหรับใช้กับคนไข้คนเดียว)
  2. พิมพ์ปากครั้งที่สอง หมอจะนำถาดพิมพ์ปากสำหรับคนไข้พิมพ์ปากด้วยวัสดุพิมพ์ปากที่ให้รายละเอียด ใช้เวลา 30-45 นาที(หมอจะนำไปเทปูน และทำแบบขี้ผึ้ง (wax)
  3. ลองแบบขี้ผึ้งในปาก เพื่อสร้างแบบให้เหมาะกับผู้ป่วย ทั้งความสวยงามและการใช้งานที่ดี ใช้เวลา 30-60 นาที (หมอจะนำไปเรียงฟันบนแบบขี้ผึ้ง)
  4. ลองฟันบนฐานขี้ผึ้งในปาก ผู้ป่วยจะเห็นฟันเทียม โดยหมอจะตรวจการสบฟัน ความสวย และการใช้งาน ผู้ป่วยต้องช่วยดูหากไม่พอใจให้บอก เพราะแก้ไขได้ ถ้าหมอเห็นว่าไม่ดีหมอจะแก้เอง และนัดมาลองใหม่อีกครั้ง งานนี้ใช้เวลา 30-45 นาที (หมอจะนำฟันบนฐานขี้ผึ้งไปทำฟันเทียม)
  5. ลองฟันในปาก ใช้เวลา 15-30 นาที หมอจะตรวจความเรียบร้อย แนะนำการใช้งาน และส่งมอบฟันเทียมให้ไปใช้เคี้ยวอาหารที่บ้าน
  6. นัดผู้ป่วยกลับมาตรวจหลังใส่ฟัน อาจเป็นวันรุ่งขื้นถัดมา หรือ2-3วันหลังใส่ฟัน หมอจะตรวจในปากและถามผลการใช้งาน เพื่อแก้ไขให้ดีขื้น

ฟันปลอมคืออะไร

ฟันปลอม คือ ฟันที่มาทดแทนฟันที่เสียไป ซึ่งสามารถใส่เข้าและถอดออกจากปากของเราได้ แม้ว่าฟันปลอมอาจจะต้องใช้เวลาในการทำความคุ้นเคย และไม่มีทางที่จะรู้สึกเหมือนฟันธรรมชาติ แต่ฟันปลอมในปัจจุบันก็แลดูเป็นธรรมชาติและมีความสะดวกสบายมากกว่าเมื่อก่อน

ฟันปลอมมี 2 ประเภท คือ แบบทั้งปาก และแบบบางส่วน ทันตแพทย์จะเป็นคนเลือกว่าคุณจะต้องใช้ฟันปลอมประเภทใด ขึ้นอยู่กับว่าคุณเสียฟันบางซี่หรือหมดทุกซี่ รวมทั้งต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายด้วย

ฟันปลอมทำงานอย่างไร ฟันปลอมชนิดทั้งปาก จะมีฐานเป็นอะคริลิคสีเหมือนเหงือกที่จะสามารถติดพอดีกับเหงือกของเรา ฐานของฟันปลอมบนจะติดกับเพดานปาก ในขณะที่ฟันปลอมล่างจะมีลักษณะเหมือนเกือกม้าเพื่อที่จะมีพื้นที่ให้กับลิ้น

ฟันปลอมจะทำโดยเฉพาะสำหรับแต่ละคนในห้องปฏิบัติการทันตกรรม จากการพิมพ์ปากของเรา ทันตแพทย์จะตัดสินว่าฟันปลอมชนิดใดเหมาะสมกับคุณ

ฟันปลอมทั้งปากแบบดั้งเดิม

ฟันปลอมทั้งปากแบบดั้งเดิมจะถูกใส่หลังจากฟันถูกถอนออกหมดและเนื้อเยื่อได้ฟื้นตัวแล้ว การฟื้นตัวของเนื้อเยื่ออาจใช้เวลาหลายเดือน ซึ่งในช่วงนั้นคุณจะไม่มีฟัน ฟันปลอมทั้งปากแบบทันที ฟันปลอมทั้งปากแบบทันทีจะสามารถสวมใส่ได้ในทันทีหลังจากที่ฟันทั้งหมดถูกถอนออก (ทันตแพทย์จะทำการวัดและสร้างแบบจำลองของขากรรไกรในช่วงก่อน) แม้ว่าฟันปลอมทั้งปากแบบทันทีจะช่วยให้เราไม่ต้องอยู่แบบไม่มีฟัน แต่ฟันปลอมชนิดนี้จะต้องมีการปรับเปลี่ยนหลายเดือนหลังจากที่ใส่ไปแล้ว เนื่องจากกระดูกที่รองรับฟันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาที่ฟื้นตัว ทำให้ฟันปลอมหลวมได้

ฟันปลอมแบบบางซี่

ฟันปลอมแบบบางซี่จะยึดโดยโครงโลหะที่ติดกับฟันธรรมชาติของเรา บางครั้งอาจต้องมีการครอบฟันที่ฟันธรรมชาติเพื่อทำหน้าที่เหมือนสมอสำหรับฟันปลอม ฟันปลอมแบบบางซี่อาจใช้เป็นสะพานฟัน เราต้องใช้เวลาเท่าใดจึงจะคุ้นเคยกับฟันปลอม ฟันปลอมใหม่อาจทำให้รู้สึกแปลกและไม่สบายในช่วงสัปดาห์แรกๆ หรืออาจเป็นเดือน การรับประทานอาหารและการพูดเมื่อใส่ฟันปลอมอาจจะต้องใช้เวลาในการฝึกเล็กน้อย ความรู้สึกเทอะทะหรือหลวมก็เป็นสิ่งที่พบบ่อย ซึ่งกล้ามเนื้อของแก้มและลิ้มก็จะค่อยๆ ทำความคุ้นเคยในการประคองฟันปลอมไว้ การมีน้ำลายไหลออกมาก ความรู้สึกว่าลิ้นคับปาก หรืออาการระคายเคืองเล็กน้อย ก็ไม่เป็นสิ่งแปลกเช่นกัน ถ้าคุณมีอาการระคายเคืองมาก ควรพบทันตแพทย์

ฟันปลอมสามารถอยู่ได้นานเท่าใด

เมื่อเวลาผ่านไป ฟันปลอมของคุณจะต้องมีการปรับ ทำใหม่ หรือเปลี่ยนฐาน ขึ้นอยู่กับลักษณะการสวมใส่ การเปลี่ยนฐานคือการทำฐานฟันปลอมใหม่โดยที่ยังคงตัวฟันไว้อยู่ นอกจากนี้ เมื่อเราอายุมากขึ้น ปากของเราก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้ฟันปลอมหลวม ทำให้การเคี้ยวอาหารลำบาก และระคายเคืองเหงือก อย่างน้อยคุณควรพบทันตแพทย์ทุกปีเพื่อทำการตรวจ

คำแนะนำในการดูแลฟันปลอมดังต่อไปนี้

เมื่อมีการจับฟันปลอม ควรยืนบนผ้าขนหนูหรืออ่างน้ำ เนื่องจากฟันปลอมมีความบอบบางและอาจหักได้ถ้าตก ห้ามปล่อยให้ฟันปลอมแห้ง ควรวางฟันปลอมในน้ำยาแช่ฟัน หรือในน้ำเปล่าเวลาที่ไม่ได้ใส่ ไม่ควรใช้น้ำร้อนเพราะอาจทำให้บิดได้ การแปรงฟันปลอมทุกวันจะช่วยกำจัดเศษอาหาร และคราบแบคทีเรีย และช่วยป้องกันการเกิดคราบ น้ำยาทำความสะอาดอาจจะช่วยได้แต่ไม่สามารถแทนการแปรงทุกวันได้ ควรแปรงเหงือก ลิ้น และเพดานปากทุกเช้าด้วยแปรงสีฟันที่มีขนแปรงอ่อนนุ่มก่อนที่จะสวมฟันปลอม ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและกำจัดคราบแบคทีเรีย พบทันตแพทย์ถ้าฟันปลอมหัก บิ่น แตก หรือหลวม ห้ามปรับฟันปลอมด้วยตัวเอง เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้น

ขั้นตอนการทำฟันเทียมทั้งปากมีดังนี้

  1. พิมพ์ปากครั้งแรก ใช้เวลา 15 นาที (หมอจะนำแบบที่พิมพ์ไปเทปูน ได้แบบจำลองของปาก ไปตรวจว่าควรทำฟันให้อยู่ในขอบเขตใด รวมทั้งไปทำถาดพิมพ์ปากสำหรับใช้กับคนไข้คนเดียว)
  2. พิมพ์ปากครั้งที่สอง หมอจะนำถาดพิมพ์ปากสำหรับคนไข้พิมพ์ปากด้วยวัสดุพิมพ์ปากที่ให้รายละเอียด ใช้เวลา 30-45 นาที(หมอจะนำไปเทปูน และทำแบบขี้ผึ้ง (wax)
  3. ลองแบบขี้ผึ้งในปาก เพื่อสร้างแบบให้เหมาะกับผู้ป่วย ทั้งความสวยงามและการใช้งานที่ดี ใช้เวลา 30-60 นาที (หมอจะนำไปเรียงฟันบนแบบขี้ผึ้ง)
  4. ลองฟันบนฐานขี้ผึ้งในปาก ผู้ป่วยจะเห็นฟันเทียม โดยหมอจะตรวจการสบฟัน ความสวย และการใช้งาน ผู้ป่วยต้องช่วยดูหากไม่พอใจให้บอก เพราะแก้ไขได้ ถ้าหมอเห็นว่าไม่ดีหมอจะแก้เอง และนัดมาลองใหม่อีกครั้ง งานนี้ใช้เวลา 30-45 นาที (หมอจะนำฟันบนฐานขี้ผึ้งไปทำฟันเทียม)
  5. ลองฟันในปาก ใช้เวลา 15-30 นาที หมอจะตรวจความเรียบร้อย แนะนำการใช้งาน และส่งมอบฟันเทียมให้ไปใช้เคี้ยวอาหารที่บ้าน
  6. นัดผู้ป่วยกลับมาตรวจหลังใส่ฟัน อาจเป็นวันรุ่งขื้นถัดมา หรือ2-3วันหลังใส่ฟัน หมอจะตรวจในปากและถามผลการใช้งาน เพื่อแก้ไขให้ดีขื้น