บริการทันตกรรม

รากเทียมรับฟันปลอมถอดได้ทั้งปาก

รากเทียมรับฟันรับฟันปลอมถอดได้ทั้งปาก

การทำฟันปลอมถอดได้ทั้งปากใช้เมื่อมีการสูญเสียฟันทุกซี่ในช่องปาก วัสดุที่ใช้เป็นฐานพลาสติกหรือฐานโลหะก็ได้ การทำฟันปลอมประเภทนี้ ผู้ป่วยจำเป็นต้องมารับการรักษาหลายขั้นตอน เพื่อให้เกิดความพอดีและความสวยงาม อาจมีการใช้รากเทียมร่วมด้วยเพื่อเป็นหลักยึด ช่วยให้ฟันปลอมถอดได้ทั้งปากมีการยึดอยู่ที่ดีขึ้น

ข้อดีของฟันปลอมทั้งปาก

  1. ช่วยให้การบดเคี้ยวของผู้ป่วยดีขึ้น และช่วยลดภาระการทำงานของกระเพาะเนื่องจากมีฟันปลอมช่วยบดอาหารให้ละเอียดขึ้น
  2. ช่วยให้ใบหน้าของผู้ป่วยดูดีขึ้นเนื่องจากผู้ป่วยที่ไม่มีฟันจะมีลักษณะการยุบบริเวณริมฝีปาก และหน้าดูสั้นลง ทำให้รู้สึกดูมีอายุได้ การใส่ฟันปลอมจะช่วยให้ใบหน้าดูอูมขึ้น
  3. ช่วยให้ผู้ป่วยมีความมั่นใจมากขึ้น และออกงานสังคมได้อย่างมั่นใจขึ้น

จุดเด่นของบริการฟันปลอมถอดได้ทั้งปากของคลินิกทันตกรรมดิไอวรี่

  • ทีมทันตแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพและมากประสบการณ์
  • ห้องทันตกรรมและกรรมวิธีการรักษามาตรฐานระดับสากล สะดวกสบาย
  • วัสดุที่มีคุณภาพสูง เทคโนโลยีและอุปกรณ์เครื่องมืออันทันสมัย ได้รับการฆ่าเชื้อตามมาตรฐาน ช่วยให้การให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงที่สุด
  • การให้บริการที่มีคุณภาพ รวดเร็ว เน้นความพึงพอใจของลูกค้า
  • ค่ารักษาบริการ คุ้มค่าการรักษา

ระยะเวลาการรักษาฟันปลอมถอดได้ทั้งปาก

ระยะเวลาที่ใช้ขึ้นอยู่หลายปัจจัย เช่น ลักษณะเหงือกและกระดูก เป็นต้น ซึ่งขั้นตอนการรักษาจะต้องมีการพบทันตแพทย์มากกว่า 2 ครั้ง ซึ่งทันตแพทย์จะเป็นผู้ประเมินตามความเหมาะสมในแต่กรณี

ทางคลินิกทันตกรรมดิไอวรี่มุ่งมั่นให้บริการที่รวดเร็วทันใจ เพื่อให้ท่านได้รับการรักษาได้เร็วที่สุด

การเติมกระดูก เป็นอย่างไร ?

ในสันเหงือกที่แคบ ก่อนที่เราจะฝังรากฟันเทียมลงไปนั้น จะต้องเติมชิ้นกระดูกลงไปเสียก่อน  ในกรณีที่หลงเหลือรอยกระดูกที่ต้องเติมเล็กน้อย ก็อาจใช้เศษกระดูก หรือ กระดูกสังเคราะห์

บ่อยครั้งที่ความสูงหรือความกว้างของกระดูกขากรรไกรนั้นลดลงจากปรากฎการณ์ละลายของกระดูกตามธรรมชาติ คงเหลือแต่กระดูกที่มีปริมาณไม่เพียงพอต่อการรองรับรากฟันเทียม กรณีเช่นนี้ จำเป็นต้องมีการเติมกระดูก ซึ่งอาจทำก่อนหรือขณะที่ทำการฝังรากฟันเทียมก็ได้ วัสดุที่ดีที่สุดสำหรับการเติมกระดูก ก็คือ กระดูกของตัวผู้ป่วยเองซึ่งสามารถเอามาจากกระดูกขากรรไกรล่างของตัวผู้ป่วยนั่นเอง ในกรณีที่ต้องการกระดูกในปริมาณมากๆ จะต้องใช้จากแหล่งภายนอกช่องปาก เช่น จากกระดูกสะโพก เป็นต้น การปลูกกระดูกในกรณีเช่นนี้ จะใช้กระดูกเป็นชิ้น แล้วยึดติดที่บริเวณที่ต้องการเติมด้วยสกรูไทเทเนียม หรืออาจบดเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำมาไว้บริเวณที่ต้องการเติม แล้วคลุมไว้ต้องแผ่นเมมเบรนบางๆ ทิ้งไว้ประมาณ 6 เดือน กระดูกที่เติมลงไปก็จะเชื่อมติดกับกระดูกที่บริเวณนั้น จากนั้น ก็ทำการฝังรากฟันเทียมได้

สำหรับร่องรอยที่กระดูกไม่เพียงพอเพียงเล็กน้อยนั้น สามารถใช้กระดูกสังเคราะห์ (เช่น BioOss) มาเติมได้ ภายใน 6-12 เดือน กระดูกสังเคราะห์และกระดูกจริงในบริเวณนั้นก็จะเชื่อมติดกันได้ ข้อดีของวิธีนี้คือ ไม่ต้องทำการเอากระดูกมาจากแหล่งอื่นๆ ในตัวผู้ป่วยเองแต่อย่างใด

ข้อดี-ข้อเสียของรากฟันเทียม ?

เพราะรากฟันเทียมต้องอาศัยการผ่าตัดเล็กในช่องปาก ดังนั้น จึงอาจจัดได้ว่าเป็นข้อด้อยก็ว่าได้ และระยะเวลาที่ต้องรอกว่าจะใช้งานรากฟันเทียมได้นั้น ก็จัดว่าเป็นข้อเสียได้เช่นกัน ในบางกรณี การทำรากฟันเทียม อาจราคาสูงกว่าการใส่ฟันโดยทั่วไปอีกด้วย

รากฟันเทียม ทำให้การใส่ฟันติดแน่นเป็นไปได้ แม้แต่ในรายที่เดิมทีนั้นมีเฉพาะฟันปลอมชนิดถอดได้เท่านั้นที่เป็นไปได้ ข้อดีอีกอย่างหนึ่งก็คือ ไม่ต้องมีการกรอฟันดีๆ ข้างเคียงเพียงเพื่อจะใส่ฟันติดแน่น นอกจากนั้น รากฟันเทียม ยังสามารถป้องกันมิให้กระดูกขากรรไกรละลายไป ซึ่งจะทำให้ฟันปลอมนั้นอยู่กับที่ได้ดี ไม่หลวมหลุดง่าย

ข้อดี-ข้อด้อยของรากฟันเทียมนั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลเป็นสำคัญ หาได้เฉพาะเจาะจงลงไปไม่ได้ เพราะในช่องปากในแต่ละบุคคนไม่เหมือนกั

คำถามที่พบบ่อย

    สำหรับการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุเบื้องต้นนั้น ควรเริ่มจากการดูแลความสะอาดของฟัน อุปกรณ์ทำความสะอาด ควรเลือกด้ามจับที่ถนัดมือ ตัวแปรงควรมีขนาดเหมาะกับช่องปาก ขนแปรงนิ่ม ควรเปลี่ยนแปรงสีฟันเมื่อขนแปรงบานหรือมีอายุการใช้งาน 2-3 เดือน สำหรับผู้สูงอายุที่ใส่ฟันปลอม ควรทำความสะอาดฟันปลอมด้วยการแช่ในน้ำสะอาด และควรถอดฟันปลอมอย่างน้อยวันละ 4-8 ชั่วโมง ไม่ควรใส่ฟันปลอมนอน เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อราในช่องปากได้ นอกจากนี้ผู้สูงอายุอาจเลือกใช้เครื่องมือช่วยทำความสะอาดฟันเพิ่มเติม เช่น แปรงซอกฟัน รวมถึงการทำความสะอาด กระพุ้งแก้มไปจนถึงโคนลิ้น เพื่อขจัดอาหารและคราบจุลินทรีย์ที่ตกค้าง ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง เช่นการสูบบุรี่ การเคี้ยวหมาก การรับประทานอาหารที่มีรสหวานหรือมีแป้งและน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ ทั้งนี้ผู้สูงอายุควรพบทันตแพทย์เป็นประจำทุกๆ 4-6 เดือน เพื่อรักษาสุขภาพฟันและช่องปากให้แข็งแรงอยู่เสมอ

นัดหมาย