การทำรากฟันเทียมเหมาะกับใคร

Create Date | 27 กรกฎาคม, 2020 225 Views

ใครบ้างที่เหมาะกับการทำรากฟันเทียม

การทำรากฟันเทียมนั้นอาจจะไม่ได้เหมาะกับทุกคน ดังนั้นอันดับแรกผู้ที่สูญเสียฟัน ต้องทำคือมาพบทันตแพทย์ก่อนเพื่อวินิจฉัยว่าสามารถทำรากฟันเทียมได้หรือไม่ ซึ่งโดยปกติแล้วผู้ที่เหมาะกับการทำรากฟันเทียม ได้แก่

  • ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป เนื่องจากหากอายุต่ำกว่า18 ปี กระดูกขากรรไกรยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่
  • ผู้ที่ฟันแตกหักหรือฟันบิ่น โดยที่ทันตแพทย์แนะนำว่าควรถอนฟันซี่นั้นออก ก็สามารถทำรากฟันเทียมทดแทนฟันที่สูญเสียไป
  • ผู้ที่ไม่ต้องการใส่ฟันปลอมแบบถอดได้
  • ผู้ที่ไม่ต้องการกรอฟันเพื่อทำสะพานฟันติดแน่น

ใครบ้างที่ไม่ควรทำรากฟันเทียม

  • ผู้ที่อายุยังไม่ถึง 18 ปี เนื่องจาก กระดูกขากรรไกรยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่
  • หญิงตั้งครรภ์ ควรรอให้คลอดบุตรก่อนจึงสามารถทำรากฟันเทียมได้
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่างที่ไม่ได้รับการควบคุม เช่น โรคเบาหวาน ซึ่งเสี่ยงต่อการที่บาดแผลหายช้า อักเสบ และติดเชื้อได้
  • ผู้ที่เป็นมะเร็ง ที่ต้องได้รับการฉายแสงบริเวณใบหน้าและขากรรไกร
  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคกระดูกพรุน หรือมีภาวะกระดูกไม่แข็งแรง
  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคปริทันต์อักเสบรุนแรง ควรได้รับการรักษาเพิ่มเติมก่อนทำรากฟันเทียม
  • ผู้ป่วยที่เป็นลูคีเมีย ผู้ป่วยไฮเปอร์ไทรอยด์ และผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน
  • ผู้ป่วยจิตเภท หรือผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ และไม่สามารถดูแลรักษาสุขภาพช่องปากเองได้

ดังนั้นผู้ที่สูญเสียฟันและต้องการทำรากฟันเทียมจึงควรประเมินตนเองก่อนว่ามีปัจจัยเสี่ยงตามข้างต้นหรือไม่ หรือหากไม่แน่ใจสามารถพบทันตแพทย์เพื่อวินิจฉัยโดยละเอียดก่อนตัดสินใจทำรากฟันเทียม

หลังจากทันตแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าคนไข้สามารถทำรากฟันเทียได้ ก็มาถึงขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนการใส่รากฟันเทียม โดยในผู้ที่มีร่างกายเเข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษ เเต่ในกรณีที่มีโรคประจำตัว มียาที่จำเป็นต้องรับประทานเป็นประจำ หรือมีประวัติการแพ้ยา ต้องแจ้งต่อทันตแพทย์ก่อนการฝังรากเทียม หลังจากการตรวจประเมินอย่างละเอียดโดยทันตแพทย์แล้ว จะมีการถ่ายภาพเอกซเรย์ทันตกรรม 3 มิติ (Dental CT Scan) เพื่อการวางแผนการรักษาทำรากเทียมที่ถูกต้องและแม่นยำ


ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
คลินิกทันตกรรม ดิไอวรี่  ได้ที่เบอร์ 02-275-3599 ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น.
หรือสามารถติดต่อได้ทาง LINE: @theivorydental

แบร็คเก็ตหลุดและลวดทิ่มกระพุ้งแก้ม ในช่วงโควิด-19 ทำอย่างไรดี?

Create Date | 15 เมษายน, 2020 1924 Views

แบร็คเก็ตหลุดและลวดทิ่มกระพุ้งแก้ม ในช่วงโควิด-19 ทำอย่างไรดี?

◾แบร็คเก็ตหลุด แต่ห้อยค้างบนลวด
เสี่ยงหลุดลงคอระหว่างเคี้ยวอาหาร ควรพบทันตแพทย์เพื่อติดแบร็คเก็ตใหม่

◾แบร็คเก็ตหลุดออกจากลวด

เก็บแบร็คเก็ตไว้ ค่อยนำไปให้ทันตแพทย์ติดใหม่ เมื่อสถานการณ์โควิดดีขึ้น

◾ลวดทิ่มกระพุ้งแก้ม

ดัดปลายลวดด้วยแหนบ ดินสอหรือช้อนเล็กๆ จากนั้นติดขี้ผึ้งที่ปลายลวดปิดความคม หรือ ใช้กรรไกรตัดเล็บตัดปลายลวด

* อุปกรณ์ที่ใช้ต้องสะอาด และผ่านการฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอล์

ข้อมูลโดย: สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย

อยู่บ้านมีปัญหาช่องปาก…ทำไงดี?
ปรึกษาทันตแพทย์ออนไลน์ 24 ชม.
ปรึกษาเลย https://bit.ly/2V95ACY

วัสดุอุดฟันหลุดหรือแตก ในช่วงโควิด-19 ทำอย่างไรดี?

Create Date | 13 เมษายน, 2020 2567 Views

วัสดุอุดฟันหลุดหรือแตก ในช่วงโควิด-19 ( Covid-19 ) ทำอย่างไรดี?

ลองสังเกตว่ามีอาการเหล่านี้หรือไม่?

◾เศษอาหารติดฟัน แต่ไม่ปวด
ใช้ไหมขัดฟันกำจัดเศษอาหารออกอย่าให้เศษอาหารติดข้ามคืน อาจทำให้ปวดเหงือก เหงือกอักเสบ

◾ปวดหรือเสียวฟัน
ทานยาแก้ปวด งดอาหารแข็ง เหนียว รสจัด หากอาการไม่ดีขึ้น ควรพบทันตแพทย์

◾เคี้ยวเจ็บ แต่วัสดุไม่หลุด ฟันไม่โยก
ทานยาแก้ปวด งดอาหารแข็ง เหนียว กรอบ 1-2 สัปดาห์ หากอาการไม่ดีขึ้น ควรพบทันแพทย์

◾วัสดุคม บาดลิ้น เกิดแผลในช่องปาก
ระวังการเคี้ยวอาหาร เพื่อลดการเจ็บปวด และรีบพบทันตแพทย์เพื่อแก้วัสดุที่คม

ข้อมูลโดย: สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย

🏠อ ยู่ บ้ า น มี ปั ญ ห า ช่ อ ง ป า ก …ทำไงดี?
ปรึกษาทันตแพทย์ออนไลน์ 24 ชม. 🕛
👉 ปรึกษาเลย https://bit.ly/2V95ACY

มาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19

Create Date | 19 มีนาคม, 2020 676 Views

คลินิก ทันตกรรม ดิไอวรี่ มีมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้เข้ารับบริการ และทีมงานดิไอวรี่ทุกคนโดยมีมาตรการดังต่อไปนี้

1.คัดกรองผู้ที่เข้ารับบริการทุกคน พร้อมซักประวัติอย่างละเอียด

2.ทันตแพทย์ ผู้ช่วยทันตแพทย์ และพนักงานทุกคนสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา

3.บริการเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ

4.ทำความสะอาดพื้นที่ที่มีการสัมผัสภายในคลินิกด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหลังจากผู้มารับบริการใช้พื้นที่นั้นทันที (เพิ่มเติมจากการฆ่าเชื้อในห้องตรวจซึ่งปฏิบัติเป็นปกติ)

5.เพิ่มขั้นตอนการเตรียมตัวคนไข้ก่อนการรักษา โดยกลั้วคอด้วยน้ำยา เบตาดีน การ์เกิล ซึ่งมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อในช่องปาก ก่อนทำการรักษาทุกครั้ง

6. ทีมพนักงานทุกคนหลีกเลี่ยงการไปที่ชุมชนในวันหยุดทำงาน และรักษาสุขนามัยของตนอย่างเคร่งครัด

คลินิกทันตกรรม ดิไอวรี่ จะดำเนินการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสอย่างเข้มงวด เพราะเราคำนึงถึงสุขภาพและความปลอดภัยของผู้เข้ารับบริการทุกท่านเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ฟอกสีฟัน แบบไหนได้ผลดี?

Create Date | 9 มกราคม, 2020 371 Views

ปัจจุบันฟันขาวคือสิ่งที่ทุกคนปรารถนา หากฟันไม่ขาวจากภายในตัวฟันเองสามารถทำได้ด้วยการฟอกสีฟัน หรืออีกวิธีที่ทำได้คือ การทำวีเนียร์ (Veneer) ในบทความนี้จะกล่าวถึงการฟอกสีฟันซึ่งเป็นการทำให้ฟันขาวขึ้นได้โดยมีผลกระทบต่อตัวฟันและเคลือบฟันน้อยที่สุด

การฟอกสีฟันมีทั้งแบบทำในคลินิกโดยทันตแพทย์ (In-office bleaching) โดยวิธีนี้จะใช้สารฟอกสีฟันที่มีความเข้มข้นสูง และมีการเร่งปฏิกิริยา ด้วยแสงเพื่อช่วยเร่งให้ผลการฟอกสีฟันเกิดเร็วขึ้น และมีแบบที่ทันตแพทย์ทำถาดฟอกสีฟันให้ผู้ป่วยกลับไปฟอกเองที่บ้าน (Home bleaching) วิธีนี้ทันตแพทย์จะจ่ายน้ำยาฟอกสีฟันที่มีความเข้มข้นต่ำให้ผู้ป่วยไว้ใส่ในถาดฟอกสีฟัน ผู้ป่วยจะต้องใส่ถาดฟอกสีฟันในช่องปากวันละประมาณ 6 ชั่วโมง ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ใส่เวลานอน

การฟอกสีฟันแบบ In-office ผู้ป่วยจะรู้สึกฟันขาวขึ้นทันทีหลังทันตแพทย์ฟอกสีฟันเสร็จ ส่วนการฟอกสีฟันแบบ Home จะใช้เวลานานกว่าการฟอกสีฟันแบบ In-office ในการที่จะทำให้ฟันขาว แต่ฟันที่ขาวขึ้นจะอยู่ได้นานกว่าการฟอกสีฟันแบบ In-Office

ดังนั้นในบางกรณีจึงมีการใช้2วิธีนี้ร่วมกัน เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วย

ข้อมูล: หนังสือ ครบเครื่องเรื่อง ฟัน FUN

ทำรากฟันเทียม ดีหรือไม่?

Create Date | 8 มกราคม, 2020 575 Views

รากฟันเทียมเป็นวัสดุรูปร่างคล้ายรากฟัน และใส่เข้าไปในกระดูกขากรรไกรเพื่อทดแทนรากฟันที่หายไป โดยทั่วไปวัสดุที่นำมาทำคือ “ไทเทเนียม” ซึ่งเป็นวัสดุที่เข้ากับร่างกายเป็นอย่างดี โดยไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านจากร่างกาย

เมื่อผู้ป่วยมีรากฟันเทียมอยู่ในช่องปากแล้ว มักจะเกิดข้อสงสัยว่ารากฟันเทียมมีการหมดอายุการใช้งานหรือไม่ และจะใช้เคี้ยวอาหารได้หรือไม่?

จริงๆ แล้ว รากฟันเทียมก็เสมือนกับฟันของเราที่ไม่มีอายุการใช้งาน มันควรจะอยู่กับเราได้ตลอดชีวิต ถ้าเราดูแลสุขภาพช่องปากได้อย่างถูกต้อง รากฟันเทียมสามารถใช้งานได้เหมือนกับฟันธรรมชาติ และไม่มีข้อห้ามในการใช้งานที่แตกต่างไปจากฟันธรรมชาติ และสามารถใช้เคี้ยวอาหารได้ทุกชนิด

อย่างไรก็ตาม รากฟันเทียมไม่ได้เหมาะกับผู้ป่วยทุกคนที่สูญเสียฟันธรรมชาติ ทันตแพทย์จะทำการวิเคราะห์ว่าท่านเหมาะสมกับการใส่รากฟันเทียมหรือไม่? ด้วยการซักประวัติ ตรวจในช่องปาก พิมพ์ปากเพื่อนำมาทำแบบจำลองฟัน และเอกซเรย์เพื่อดูปริมาณกระดูกว่าเหมาะสมหรือไม่

ปัจจัยที่ทำให้ผู้ป่วยไม่เหมาะกับการใส่รากฟันเทียมแบ่งออกเป็น ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโรคประจำตัว และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับปริมาณและคุณภาพของกระดูก บริเวณที่จะใส่รากฟันเทียม เช่น ผู้ป่วยที่มีโรคเกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ หรือเบาหวานที่ไม่ได้รับการควบคุมระดับน้ำตาลที่ดีพอ หรือมีกระดูกที่แคบ หรือเตี้ย จนไม่สามารถทำการบูรณะให้เหมาะสมก่อนการใส่

รากฟันเทียมได้ ก็จะไม่เหมาะสมกับการใส่รากฟันเทียม ซึ่งทันแพทย์ก็จะให้คำแนะนำในการใส่ฟันปลอมชนิดอื่น

โดยสรุป รากฟันเทียมเป็นทางเลือกที่ดี ถ้าผู้ป่วยมีสภาวะหรือข้อบ่งชี้ที่เหมาะสม

ข้อมูล: หนังสือ ครบเครื่องเรื่อง ฟัน FUN

เหงือกบวม เหงือกอักเสบ

Create Date | 4 มกราคม, 2020 1132 Views

เหงือกบวม ทำไงดี

  1. อาการเหงือกบวมมีเลือดออก และบางครั้งมีหนองไหลออกมาจากร่องเหงือก เป็นอาการของโรคปริทันต์ในระยะที่ลุกลามมากแล้ว เมื่อตรวจดูจะพบว่า ร่องเหงือกมีความลึกมากขึ้น ซึ่งเรียกว่าร่องลึกปริทันต์ หรือบางทีก็เห็นตัวฟันยากเพิ่มขึ้นด้วย
  2.  การรักษาโรคเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์ขึ้นกับอวัยวะปริทันต์ที่อยู่รอบๆ ฟันที่ทำหน้าที่ช่วยยึดฟันให้แน่นว่าถูกทำลายไปมากน้อยแค่ไหน หากอวัยวะปริทันต์มีเหลือพอที่จะช่วยยึดฟัน อาจพิจารณารักษาโดยการทำความสะอาดร่องลึกปริทันต์ บางรายอาจทำการผ่าตัดเหงือกเพื่อลดความลึกของร่องลึกปริทันต์
อาการบวม แดง สีเหงือกเปลี่ยน

สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การรักษาโรคเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์ได้ผล ตัวผู้ป่วยเองจะต้องรักษาความสะอาดของช่องปากอย่างสม่ำเสมอ การเป็นโรคเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์นี้ สามารถแก้ไขได้ด้วยตนเองโดยการแปรงฟันร่วมกับการใช้ไหมขัดฟันช่วยทำความสะอาดบริเวณซอกฟัน เพื่อกำจัดคราบจุลินทรีย์อันเป็นต้นเหตุของการเกิดโรค การดูความสะอาดในช่องปากอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เหงือกกลับคืนสภาพปกติได้

  1. ถ้าตรวจพบว่าอวัยวะปริทันต์ถูกทำลายไปมากแล้ว การรักษาคงต้องถอนฟันซี่นั้นออก โรคปริทันต์เป็นโรคที่มีการทำลายอวัยวะ
  2. ริทันต์อย่างถาวร คือ เหงือก เยื่อยึดปริทันต์ เคลือบรากฟัน กระดูกขากรรไกร จะถูกทำลายไปโดยไม่สามารถรักษาให้คืนสภาพปกติได้ ร่องเหงือกจากปกติที่ลึกประมาณ 2-3 มิลลิเมตร จะลึกมากขึ้นเกิดเป็นร่องลึกปริทันต์เป็นที่อยู่ของคราบจุลินทรีย์ ซึ่งเป็นตัวการของการเกิดโรค อาการของโรคจะรุนแรงเป็นระยะๆ ผู้ที่เป็นโรคต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการเหงือกบวม ปวด ฟันโยก หรือมีหนองไหลออกจากร่องลึกปริทันต์ การเป็นโรคมักจะเป็นกับฟันหลายๆ ซี่ จึงส่งผลให้มีการสูญเสียฟันเป็นจำนวนมากในวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ
  3.  การขูดหินปูน ทั้งนี้จะขูดหินปูนบ่อยแค่ไหนในแต่ละคนไม่เหมือนกัน ขึ้นกับการมีหินปูนเกิดขึ้นได้ช้าหรือเร็ว ซึ่งก็จะมีความแตกต่างกัน บางคนมีหินปูนเกาะมากและเกิดได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่บางคนมีหินปูนเกิดได้น้อยหรือแทบจะไม่เกิดเลย ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากมีความแตกต่างในเรื่องส่วนประกอบของน้ำลาย ชนิดของคราบจุลินทรีย์ และพฤติกรรมการบริโภคอาหาร อันเป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดหินปูน นอกจากนี้ยังขึ้นกับพฤติกรรมการดูแลความสะอาดในช่องปากของแต่ละบุคคลด้วย
  4.  การป้องกันไม่ให้เป็นโรคเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์ ต้องดูแลความสะอาดของช่องปากอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกำจัดคราบจุลินทรีย์ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดโรค การแปรงฟันนับเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดคราบจุลินทรีย์ ควรแปรงอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง คือ เวลาเช้า และก่อนเข้านอน ด้วยเหตุผลที่ว่าคราบจุลินทรีย์จะก่อตัวขึ้นใหม่หลังการแปรงฟันภายในเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ซึ่งในแต่ละคนก็อาจจะแตกต่างกันไป นอกจากการแปรงฟันแล้ว ควรใช้ไหมขัดฟันช่วยทำความสะอาดบริเวณซอกฟันในส่วนที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึง ก็จะช่วยให้กำจัดคราบจุลินทรีย์อันเป็นต้นเหตุการเกิดโรคได้ดียิ่งขึ้น

การรักษาหลังเกิดเหงือกอักเสบรักษาได้ง่ายโดยการขูดหินน้ำลาย (ขูดหินปูน) ร่วมกับการพัฒนาวิธีการแปรงฟันและใช้อุปกรณ์เสริมที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสะสมใหม่ของคราบจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของโรค  โดยสำหรับคนส่วนใหญ่ควรได้รับการขูดหินน้ำลายทุกๆ 6-12 เดือน

อย่างไรก็ดี เมื่อเป็นโรคปริทันต์อักเสบ ซึ่งมีการละลายของกระดูกแล้ว ขั้นตอนการรักษาจะยุ่งยากขึ้น แบ่งได้เป็น 3 ช่วง คือ

  • ช่วงควบคุมโรค โดยการขูดหินน้ำลายและเกลารากฟัน ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาในการรักษาหลายครั้งจึงจะเสร็จทั้งปากขึ้นอยู่กับความลึกของร่องลึกปริทันต์และปริมาณหินน้ำลายใต้เหงือก 
  •  ในรายที่ผู้ป่วยเป็นโรคในระดับที่รุนแรงมากขึ้น การรักษาช่วงต้น อาจจะยังไม่สามารถกำจัดคราบหินน้ำลายใต้เหงือกได้หมด จึงจำเป็นต้องทำการผ่าตัดเหงือกในบางบริเวณร่วมด้วย  ในบางกรณีที่เหมาะสมอาจสามารถทำศัลยกรรมปลูกกระดูกทดแทนได้ด้วย   และการรักษาโรคปริทันต์อักเสบช่วงสุดท้ายคือ
  •  สุดท้ายคงสภาพ เนื่องจากสาเหตุของโรคปริทันต์อักเสบคือเชื้อโรคจากน้ำลายที่มาสะสมบนตัวฟัน ดังนั้นแม้การรักษาจะเสร็จสิ้นแล้ว หากไม่ได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ โรคจะกลับเป็นใหม่ได้ง่าย ดังนั้นหลังจากการรักษาแล้วผู้ป่วยควรได้รับการขูดหินน้ำลายเพื่อป้องกันการกลับเป็นใหม่ของโรค โดยมากผู้ป่วยที่เคยเป็นโรคปริทันต์อักเสบแล้วควรได้รับการขูดหินน้ำลายทุกๆ 3-6 เดือน 

พระราชทานบัตรอวยพรปีใหม่

Create Date | 31 ธันวาคม, 2019 487 Views

(31 ธ.ค.) เมื่อเวลา 20.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานบัตรอวยพรปีใหม่ ประจำปีพุทธศักราช 2563 แก่ปวงชนชาวไทย ด้านหน้าของบัตรพระราชทานพรปีใหม่

มีตราประจำพระราชวงศ์จักรีอยู่กึ่งกลาง ด้านล่างเป็นตราพระปรมาภิไธย วปร และตราพระนามาภิไธย สท


เมื่อเปิดบัตรพระราชทานพร ด้านขวา มีพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงฉายกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ใต้พระบรมฉายาลักษณ์ระบุพระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระนามาภิไธย สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ส่วนด้านซ้าย มีข้อความว่า พระราชทานพรปีใหม่ พ.ศ.2563 พร้อมทั้งทรงลงพระปรมาภิไธย และพระนามาภิไธย

ข้อดีในการทำรากเทียม

Create Date | 26 ธันวาคม, 2019 592 Views

“การที่มีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี ช่วยให้คุณภาพดีขึ้น” คนที่ฟันหลุด ไปแล้วจะเข้าใจความหมายนี้ดีค่ะ เพราะ ไม่ใช่แค่บุคลิคภาพของเรา แต่ยังรวมไปถึงการรัปทานอาหาร เพื่อสุขภาพ การพูด ตลอดจนการเข้าสังคม แต่ถ้าหาก สุดวิสัยและ จำเป็นต้องถอนฟันออก หรือ ฟันหลุดไม่ว่าจะกรณีใดๆ การทำรากเทียมก็เป็นอีก ทางเลือกในการ ทดแทนฟันที่หายไป ค่ะ วันนี้เรามาพูดถึงข้อดีข้อเสีย ในการทำรากฟันเทียมกันค่ะ ในความคิดส่วนตัวแล้ว แอดมินคิดว่า การทำรากเทียม ไม่ได้เจ็บและน่ากลัวเท่ากับการถอดฟันค่ะ 

ข้อดี ของการทำรากเทียม

  • ฟันไม่หลอ
  • มั่นใจ
  • ให้ประสิทธิภาพการเคี้ยวเท่าเทียมฟันจริง
  • ไม่ต้องยุ่งกับฟันข้างเคียง
  • ไม่เกิดผุซ้ำ เพราะไม่มีฟันให้ผุอีกตรงที่ทำ
  • ไม่ต้องรอคิวนาน ตัดสินใจแล้วทำที่ดิไอวรี่คลินิกได้ทันทีเลยค่ะ

ข้อเสีย ของการทำรากเทียม

  • ราคาแพง ถ้าทำหลายๆตำแหน่ง เหมือนอมรถไว้ในปากคันหนึ่ง
  • มีโรคทางระบบมารุมเร้า  เช่น เบาหวาน เป็นต้น อาจมีภาวะเสี่ยง กระดูกเน่า
  • ถ้าล้มเหลว การแก้ไข ทำได้ลำบาก เพราะเป็นหัตการ ฝังแท่นเข้าถึงกระดูก แต่เกิดขึ้นน้อย
  • กระดูกที่รองรับต้องมั่นคง  ตำแหน่งที่ฝัง ต้องปลอดภัยต่อ เส้นเลือดแดงและเส้นประสาทที่ทอดขนานอยู่ รวมทั้ง โพรงของไซนัสด้วย
  • ราคาที่ค่อนข้างสูง
รู้หรือไม่คะการทำรากฟันเทียม ทดแทนฟันที่หลุดหายไป ไม่น่ากลัวเท่าที่คิดนะคะ

สำหรับผู้ที่ กำลังจะใส่ ฟันปลอม หรือผู้ที่กำลังจะเปลี่ยนฟันปลอม  ไม่มีอะไรดีไปหมด ไม่มีอะไรเลวร้ายไปหมด  บางรายหนึ่งอาจเหมาะกับอย่างหนึ่ง แต่ไม่เหมาะกับอีกอย่างค่ะไม่อาจ นำเอาข้อมูลคนหนึ่งมาวัดเข้ากับตนเอง ทุกคนมีปัจจัย ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ดังนั้นค่อยๆพิจารณา และนำข้อมูลเหล่านี้ ปรึกษาหารือ กับทันตแพทย์ที่เราไปพบ อย่างน้อยเราก็พอมีความรู้ ข้อมูลเกี่ยวกับ ฟันปลอมพอสมควร ที่จะใช้ซักถาม เพื่อหาสิ่งที่คิดว่าใช่ที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม แอดมินอยากขอให้รักษา ฟันตนเองไว้ให้ดีที่สุดค่ะ อย่าต้องพึ่งพา ของปลอม มีปัญหา รีบแก้ไขแต่เนิ่นๆ อย่ากลัว การทำฟันทุกครั้ง ไม่ได้น่ากลัวหรือย่ำแย่ทุกครั้งไปพบทันตแพทย์ช่วยตรวจฟันบ่อยๆนะคะ แต่จริงๆแล้ว คนที่ยิ่งกลัวหมอฟัน เวลา มีปัญหาทุกครั้ง มักสร้างความเจ็บปวด มีแต่คนที่ไม่กลัว หาหมอบ่อยๆ มักเป็นงานง่ายๆ ราคาเบาๆ ไม่เจ็บปวดค่ะ

รู้อย่างนี้อย่ากลัว หมอฟันอีกต่อไปนะคะ

วันคริสต์มาส

Create Date | 24 ธันวาคม, 2019 559 Views

แม้ว่าวันคริสต์มาสจะเป็นเทศกาลของชาวคริสต์ แต่ในหมู่คนที่ไม่ใช่ชาวคริสต์ก็มีการเฉลิมฉลองกันอย่างแพร่หลายเช่นกัน ซึ่งการเฉลิมฉลองนั้นมีทั้งแบบสมัยใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับศาสนาเลยกับอีกแบบหนึ่งคือแบบดั้งเดิม โดยประเพณีที่เป็นนิยมในสมัยใหม่นั้น ได้แก่ การมอบของขวัญ สังสรรค์ ท่องเที่ยว การแลกเปลี่ยนการ์ดอวยพร

คริสต์มาส

วันคริสต์มาส วันคริสต์มาสเป็นวันหยุดประจำปี ที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการประสูติของพระเยซูซึ่งตรงกับวันที่ 25 ธันวาคม ของทุกปี โดยวันดังกล่าวอาจจะไม่ตรงกับวันเกิดจริงๆของพระเยซู แต่อาจจะเป็นวันที่ถูกเลือกเอาไว้เพื่อให้สอดคล้องกับเทศกาลโรมัน หรือสอดคล้องกับวันที่มีช่วงเวลากลางวันสั้นที่สุด (winter solstice) คริสต์มาสเป็นเทศกาลที่สำคัญ และมีการฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ในย่านของชาวคริสเตียนนั้นจะมีการจัดเทศกาลนี้ยาวนานถึง 12 วัน ค่อนข้างยาวนานค่ะ

วันประสูติพระเยซู

กิจกรรม

การจัดงานเลี้ยงฉลองในโบสถ์ การรับประทานอาหารมื้อพิเศษ และการโชว์งานตกแต่งประดับประดาตามสถานที่ต่าง ๆด้วย ต้นคริสต์มาส ดวงไฟประดับ พวงดอกไม้ ต้นมิสเซิลโท การแสดงเกี่ยวกับวันประสูติของพระเยซู และต้นฮอลลี่ นอกจากนี้บิดาแห่งคริสต์มาส (หรือที่ชาวอเมริกาเหนือและไอร์แลนด์เรียกว่า ซานตาคลอส) ยังเป็นหนึ่งตำนานที่เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นผู้นำของขวัญมามอบให้กับเด็ก ๆ

กิจกรรมในวันคริสต์มาส

ที่มาของคำว่าคริสต์มาส

คำว่า คริสต์มาส ภาษาอังกฤษเขียนว่า Christmas ดังนั้นอย่าลืม “ต์” อยู่ที่คำว่า คริสต์ (Christ) ไม่ใช่คำว่า “มาส” (Mas) Christmas มาจากภาษาอังกฤษโบราณว่าChristes Maesse แปลว่า บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า โดยพบคำนี้ครั้งแรกในเอกสารโบราณในปี ค.ศ.1038 ภายหลังแปรเปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas 

ที่มาของ คริสต์มาส

ซานต้า หรือ ซานตาครอส

 ซานตาคลอส เป็นจุดเด่นหรือสัญลักษณ์ ที่เด็กและผู้คนนิยมมากที่สุด ในเทศกาลคริสต์มาส แต่แท้ที่จริงแล้ว ซานตาคลอส แทบจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเทศกาลนี้เลย ชื่อซานตาคลอส มาจากชื่อนักบุญนิโคลาส ซึ่งเป็นนักบุญที่ชาวฮอลแลนด์นับถือ เป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์ของเด็กๆ นักบุญองค์นี้ เป็นสังฆราชของไมรา (อยู่ในประเทศตุรกีปัจจุบัน) มีชีวิตอยู่ราวศตวรรษที่ 4 เมื่อชาวฮอลแลนด์กลุ่มหนึ่ง อพยพไปอยู่ในสหรัฐ ก็ยังรักษาประเพณีนี้ไว้ คือ ฉลองนักบุญนิโคลาส ในวันที่ 6 ธันวาคม ซึ่งหมายถึง นักบุญนี้จะมาเยี่ยมเด็กๆ และเอาของขวัญมาให้ เด็กอื่นๆ ที่ไม่ใช่ลูกหลานของชาวฮอลแลนด์ ที่อพยพมา ก็รู้สึกอยากมีส่วนร่วมในประเพณีแบบนี้บ้าง เพื่อรับของขวัญ ประเพณีนี้ จึงเริ่มเป็นที่รู้จัก และแพร่หลายไปในอเมริกา โดยมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างคือ ชื่อนักบุญนิโคลาส ก็เปลี่ยนเป็นซานตาคลอส และแทนที่จะเป็นสังฆราช ซึ่งเป็นนักบุญองค์นั้น ก็กลายเป็นชายแก่ที่อ้วน ใส่ชุดสีแดง อาศัยอยู่ที่ขั้วโลกเหนือ มีเลื่อนเป็นพาหนะ มีกวางเรนเดียร์ลาก และจะมาเยี่ยมเด็กทุกคนในโลกนี้ ในโอกาสคริสต์มาส โดยลงมาทางปล่องไฟของบ้าน เพื่อเอาของขวัญมาให้เด็กเหล่านั้น อันที่จริง ซานตาคลอสเป็นรูปแบบที่น่ารัก เหมาะสำหรับเป็นนิยายให้เด็กๆ เชื่อ แต่อาจจะทำให้คนทั่วไปหันมาสนใจ ให้ความสำคัญในตัวนิยายนี้ แทนการบังเกิดของพระเยซูเจ้า ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของเทศกาลคริสต์มาสนี้

ซานตาคลอส คือ นักบุญนิโคลัส

ตัวจริงของซานตาครอส คือนักบุญนิโคลัส

ตั้งแต่แรกจนถึง ค.ศ. 1890 ภาพของ ซานตาคลอสเป็นชายร่างผอมสูง สวมชุดสีเขียว หรือน้ำตาลสลับแดง เจนนี ไนสตรอม ศิลปินชาวสวีเดน เป็นผู้คิดค้นรูปลักษณ์ของซานตาครอสอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน โดยวาดภาพ ลงในบัตรอวยพรคริสต์มาส ภาพเหล่านี้ได้รับความนิยมไปทั่วโลก เมื่อชาวสวีเดนอีกคนชื่อ แฮดดอน ซันด์บลอม นำภาพวาดของไนสตรอมสวมชุดขาวแดง อันเป็นสีเดียวกับเครื่องหมายการต้าของโคคา-โคล่า ซันด์บลอมยังเปลี่ยนโฉมซานตาคลอสให้ทรวดทรงอ้วนท้วน และมีกวางเรนเดียร์เป็นพาหนะประจำตัว

ความคิดที่ว่าซานตาคลอสเข้าบ้านทางปล่องไฟ เริ่มขึ้นใน ค.ศ.1822 เมื่อ คลีเมนต์ มัวร์ นักคิดชาวอเมริกัน ประพันธ์บทกลอนชื่อ “เมื่อนักบุญนิโคลัสมาเยี่ยมเยือน”

การร้องเพลง ในวันคริสต์มาส

การร้องเพลง

เพลงคริสต์มาสเริ่มมีขึ้นในศตวรรษที่ 5 ซึ่งในสมัยนี้มีทั้งพระสงฆ์และฆราวาสเป็นผู้แต่งร้องเป็นภาษาลาติน ลักษณะของเพลงเป็นแบบสง่า เน้นถึงความหมายของการเสด็จมาของพระเยซู แต่ในศตวรรษที่ 12 ได้มีวิฒนาการใหม่ในด้านเพลงนี้ เริ่มในประเทศอิตาลี โดยนักบุญฟรังซิส อัสซีซี และนักบวชคณะฟรังซิสกัน เป็นผู้มีส่วนในการสนับสนุนให้มีเพลงคริสต์มาสแบบใหม่ ซึ่งชาวบ้านชอบคือมีท่วงทีทำนองที่ร่าเริงกว่า และเน้นถึงความชื่นชมยินดี ในโอกาสคริสต์มาสนี้ เพลงเหล่านี้เป็นภาษาพื้นเมือง เพลงหนึ่งที่แต่งในสมัยนั้น (แต่งคำร้องในปี ค.ศ. 1274) และยังใช้อยู่จนถึงปัจจุบันคือเพลง “ขอเชิญท่านผู้วางใจ” O, Come All Ye Faithful หรือภาษาลาตินว่า “Adeste Fideles”

เพลงคริสต์มาสที่เรานิยมร้องมากที่สุดในปัจจุบัน ได้แต่งขึ้นในศตวรรษที่ 19 จากประเทศเยอรมันและประเทศอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ เพลงที่มีชื่อเสียงมากได้แก่ Silent Night, Holy Night เป็นภาษาไทยว่า “ราตรีสวัสดิ์ ราตรีสงัด” ความเป็นมาของเพลงนี้คือ วันก่อนวันฉลองคริสต์มาส ของปี ค.ศ. 1818 คุณพ่อ joseph Mohr เป็นครั้งแรก โดยการเล่นกีตาร์ประกอบการขับร้อง ซึ่งกลายเป็นเพลงที่นิยมมากที่สุดทั่วโลก.

1. วันรวมญาติ

ส่วนมากหลาย ๆ ครอบครัวจะนัดรวมกัน (get together; การใช้เวลาร่วมกัน) เพื่อเฉลิมฉลองในวันคริสต์มาสอีฟ (24 ธันวาคม) หรือไม่ก็วันคริสต์มาส (25 ธันวาคม) การรวมตัวกันอย่างไม่เป็นทางการนี้เรียกว่า get-together ซึ่งเป็นคำนาม

แต่หากญาติ ๆ อยู่ไกลกันและเป็นไปไม่ได้ที่จะพร้อมหน้ากันในวันคริสต์มาส ส่วนใหญ่ผู้คนก็จะนัดทานมื้อค่ำหรือจัดปาร์ตี้คริสต์มาสกับเพื่อน ๆ หรือไปฉลองร่วมกับครอบครัวของเพื่อน ๆ แทน

แม้ทุกครอบครัวจะมีประเพณีและธรรมเนียมปฏิบัติที่แตกต่างกันไปตามสิ่งที่สืบทอดกันมา สถานะทางสังคม และการให้ความสำคัญ แต่พวกเขาก็จะร่วมแชร์สิ่งเหล่านั้นกับเพื่อน ๆ และครอบครัวในวันคริสต์มาส

2. การมอบของขวัญและการแลกของขวัญ

หลายคนฉลองคริสต์มาสด้วยการมอบของขวัญ (present; gift) ให้แก่เพื่อน ๆ สมาชิกในครอบครัว หรือแม้แต่เพื่อนร่วมงาน  ซึ่งมักจะเป็นในลักษณะที่เรียกว่า การแลกของขวัญกัน (gift exchange) อันที่จริงแล้วยังมีชื่อพิเศษอีกมากมายที่เราใช้เรียกกิจกรรมการแลกของขวัญนี้

แต่ทั้งหมดจะเริ่มด้วย เราเอาของขวัญมาห่อ (wrap) ด้วยกระดาษห่อของขวัญ (wrapping paper) แล้วก็เอามันไปใส่ไว้ในถุงของขวัญ (gift bag) เพื่อแลกกับคนอื่น ๆ และที่น่าตื้นเต้นที่สุดก็ตอนที่ทุกคนแกะห่อของขวัญ (unwrap) เพื่อดูสิ่งที่อยู่ข้างในนั่นแหละ

บางครอบครัวหรือบางบริษัทอาจมีการแลกของขวัญที่เป็นแบบฉบับของตัวเอง เพราะแทนที่จะต้องซื้อของขวัญแจกทุกคนทั้งเพื่อน ๆ และเพื่อนร่วมงาน  หลาย ๆ ที่จึงเลือกใช้วิธีแลกของขวัญที่เรียกว่า Secret Santa แทน  สำหรับวิธีนี้แต่ละคนจะต้องสุ่มหยิบชื่อของคนอื่นที่อยู่ในกล่องขึ้นมาหนึ่งชื่อ แล้วก็ไปซื้อของขวัญให้กับคนคนนั้นโดยทั้งหมดจะต้องถูกปิดเป็นความลับ

ช้างเผือก (white elephant) เป็นอีกหนึ่งวิธีแลกของขวัญที่เรานิยมกันมาก ของขวัญที่เรานำมาแลกกันในวิธีนี้จะต้องมีราคาไม่แพง โดยเริ่มจากใครสักคนเป็นคนเลือกและเปิดของขวัญเป็นคนแรก จากนั้นคนถัดไปสามารถเลือกได้ว่าจะเอาของขวัญที่คนแรกเปิดหรือจะเปิดชิ้นใหม่ ถ้าใจตรงกันคนที่เปิดก่อนหน้าจะต้องยกของตัวเองให้ไปแล้วไปเปิดชิ้นใหม่อีกครั้ง (หรือกลับไปเลือกอันที่เปิดอยู่แล้วก่อนหน้าของตัวเองก็ได้) มันสนุกอยู่นะ แต่ค่อนข้างจะแย่งกันน่าดูเลยล่ะ หรือบางทีก็อาจถึงขั้นโกลาหล (chaotic; crazy) เลยก็ว่าได้  และนี่คือเหตุผลว่าทำไมราคาต้องไม่แพง! (inexpensive; cheap)

3. ทำบุญทำทาน

คำว่า charity (ทำบุญทำทาน, การกุศล) คือคำที่ใช้อธิบายการกระทำเมื่อคุณได้ให้ความช่วยเหลือคนที่จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือ เช่น คนไร้บ้านหรือคนที่ไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อข้าวกิน  “ฤดูเทศกาล” (วันขอบคุณพระเจ้าและคริสต์มาส) คือหนึ่งในช่วงเวลาที่คนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ (charitable) กันมากที่สุดในรอบปี

ตัวอย่างเช่น บางคนอาจไปเป็นอาสาสมัคร (volunteer; บริจาคเวลาส่วนตัวของพวกเขา) เพื่อช่วยทำอาหารในศูนย์พักพิงคนไร้บ้าน หรือบางคนอาจไปบริจาคของขวัญให้กับเด็กในครอบครัวยากจน เป็นต้น

ฉะนั้นโดยทั่วไปแล้ว ฤดูเทศกาลก็คือเวลาที่จะได้ช่วยเหลือผู้คน แต่บางทีคุณอาจเคยเห็นป้ายที่เขียนว่า “keep the spirit alive all year.” และเราควรใช้ไอเดียนี้ไปในความหมายที่ว่า “พึงมีน้ำใจไปตลอดปี” ไม่ใช่แค่เฉพาะในช่วงเทศกาลเท่านั้น

4. งานปาร์ตี้ในบริษัท

บริษัทหลายแห่งมักจัดปาร์ตี้เทศกาล (holiday party) หรือปาร์ตี้สิ้นปี (end of the year party) ให้แก่พนักงานในช่วงเดือนธันวาคม และเพื่อไม่เป็นการไปเกี่ยวข้องกับเรื่องราวทางศาสนา หลายบริษัทอาจเลี่ยงใช้คำ “คริสต์มาส” ในชื่องานเลี้ยงที่จัดขึ้น  เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ทุก ๆ คนได้เข้าร่วม (inclusive; open) กิจกรรม

และส่วนมากจะอนุญาตให้พนักงานพาคู่ (spouse; husband, wife, partner, boyfriend or girlfriend) ของตนเองมาร่วมงานด้วย

5. ประเพณีประจำตระกูล

ตามที่ได้เกริ่นไปก่อนหน้านี้ว่า ในแต่ละครอบครัวหรืออาจเรียกได้ว่าในแต่ละตระกูล จะมีประเพณีคริสต์มาสที่เป็นแบบฉบับเฉพาะตัว ซึ่งแตกต่างกันไปตามรากฐานทางวัฒนธรรมและพื้นเพของตระกูลนั้น ๆ

อย่างในครอบครัวของผม พวกเราจะกินฟองดูว์กันในวันคริสต์มาสอีฟ และในวันคริสต์มาสเราจะแลกของขวัญช้างเผือกกัน ยิ่งไปกว่านั้นทุก ๆ ปีเราจะต้องหาของขวัญที่เกี่ยวข้องกับพยัญชนะที่พวกเรากำหนดไว้ในแต่ละปี (ในปีนี้คือตัว “F”) และนี่แทบจะไม่เหมือนกันเลยกับประเพณีคริสต์มาสในครอบครัวของเพื่อนผม

ถ้าคุณรู้จักใครที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ ลองถามเขาดูว่าประเพณีคริสต์มาสประจำตระกูลของเขาเป็นยังไง–คงน่าสนุกดี!

6. เมนูครอบครัว

เมื่อมีการรวมตัวของญาติ ๆ เกิดขึ้นในวันคริสต์มาส เมนูพิเศษจานใหญ่จะถูกรังสรรค์ขึ้น และหลาย ๆ ครอบครัวอาจถึงขั้นเตรียมชุดจานแฟนซี (fancy; special) และชุดเครื่องเงิน (silverware : forks-ส้อม, knives-มีด, spoons-ช้อน) ไว้โดยเฉพาะสำหรับช่วงเวลาพิเศษ ๆ แบบนี้เท่านั้น  แม้เมนูในเทศกาลจะค่อนข้างเหมือนกัน แต่บางครอบครัวก็มีเมนูประจำเทศกาลที่รับประทานกันทุกปี โดยที่เมนูข้างบ้านก็ยังต่างกันออกไป

ยกตัวอย่างในครอบครัวของผม เตาอบ (oven) ของเราจะมีไพรม์-ริบ (เนื้อวัวย่างประเภทหนึ่ง) สำหรับเป็นเมนูหลัก นอกจากนั้นเรายังกินคาร์ดามัม เบรด (ขนมปังเดนิชแสนอร่อยที่ผสมผงกระวานและเครื่องเทศอื่น ๆ) และซอสปูที่ป้าของผมเป็นคนทำ ซึ่งเมนูเหล่านี้แหละคือเมนูครอบครัวสำหรับวันพิเศษ และแต่ละครอบครัวต่างก็มีเมนูเด็ดแตกต่างกันไป

7. การตกแต่งประดับประดา

ในอเมริกาเป็นเรื่องง่ายมากที่จะบอกว่าตอนไหนคือเดือนธันวาคม เพราะไม่ว่าคุณจะหันไปทางไหน คุณก็จะเจอแต่ของประดับตกแต่งในเทศกาลคริสต์มาส และจะได้ยินเพลงคริสต์มาสในทุก ๆ ที่ที่คุณไป

ของตกแต่งที่เรียกได้ว่าเป็นสากลก็คงจะหนีไม่พ้นต้นคริสต์มาส (Christmas tree) เพราะทุกบ้านที่เฉลิมฉลองคริสต์มาสจะมีต้นคริสต์มาสอย่างน้อยหนึ่งต้น และมีขายทั้งแบบที่ตัดมาจากในป่า และแบบที่ปลูกในฟาร์มให้ได้เลือกซื้อกันตามใจชอบ

แต่บางบ้านก็อาจเลือกใช้ต้นคริสต์มาสประดิษฐ์ (artificial; fake-เทียม) เพราะมันไม่ยุ่งยากและไม่ต้องไปหาซื้อต้นใหม่กันทุกปี

สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการตกแต่งต้นคริสต์มาสเรียกว่า ornaments (ของประดับตกแต่ง)  ของประดับพวกนี้จะมีตะขอเล็ก ๆ เพื่อใช้แขวนตามกิ่งต้นคริสต์มาส  สำหรับบางครอบครัวของประดับยังใช้สื่อถึงความหมายพิเศษอีกด้วย เช่น หากใครได้มีโอกาสไปเที่ยวที่พิเศษ ๆ มาในปีนี้ พวกเขาก็อาจจะซื้อเครื่องบินเล็ก ๆ มาห้อยไว้ เพื่อเป็นการระลึกถึงสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละปี

อีกสิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นของคู่กันกับต้นคริสต์มาส คือไฟคริสต์มาส (Christmas lights) ซึ่งนอกจากจะใช้ประดับต้นคริสต์มาสแล้ว หลายคนยังนิยมประดับไว้นอกบ้านด้วย และบางคนก็ใช้ไฟประดับเยอะมาก ๆ แถมยังมีของประดับอย่างอื่นอีกเต็มบ้านเต็มสวนไปหมด–สะใจเขาล่ะ!

หลายคนแขวนพวงมาลัย (wreath) ที่สานและตกแต่งจากกิ่งไม้สนไว้ที่ประตูหน้าบ้านด้วย

และสุดท้ายซึ่งขาดไม่ได้คือ ถุงเท้าคริสต์มาส (Christmas stockings) ถุงเท้าที่ใช้แขวนกันจะเป็นถุงเท้ายาวและมีขนาดใหญ่ และมักจะแขวนไว้ใกล้กับเตาผิง (ถ้าบ้านไหนมี) ด้วยความเชื่อว่า ซานตาคลอสจะลงมาทางปล่องไฟและเอาของเล่นใส่ไว้ในถุงเท้าเป็นของขวัญให้กับเด็ก ๆ –แต่เฉพาะเด็กดีเท่านั้นนะ!

8. การ์ดคริสต์มาส

การส่งการ์ดอวยพรคริสต์มาส (Christmas cards) ถึงเพื่อน ๆ และครอบครัว เป็นประเพณีที่ยังนิยมทำกันจนถึงทุกวันนี้ หน้าตาของการ์ดจะคล้าย ๆ กับการ์ดอวยพรวันเกิด แต่มักจะแนบรูปของครอบครัวเอาไว้ด้วย และส่วนใหญ่มักจะเขียนเรื่องราวลงไปด้วยว่าในปีนี้ครอบครัวทำอะไรกันบ้าง  ตลอดช่วงเดือนธันวาคมเราจะส่งการ์ดคริสต์มาสให้ครอบครัวและเพื่อน ๆ กัน

คริสมาสต์มาถึงแล้ว! ถึงเวลาตกแต่งต้นคริสต์มาสและดื่มด่ำไปกับงานเฉลิมฉลอง สุขสันต์วันคริสต์มาสค่ะ

คริสต์มาสปีนี้ วางแผนไว้หรือยังคะ?