fbpx

เผยเคล็ดลับการดูแลสุขภาพฟัน ในช่วงโควิด-19

Create Date | 27 เมษายน, 2021 1333 Views

หลายคนอาจกังวลเรื่องการทำฟันในช่วงสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ซึ่งสถานการณ์แบบนี้ แนะนำหลีกเลี่ยงการรักษาทันตกรรมที่ไม่จำเป็นไปก่อน เช่น การขูดหินปูน อุดฟัน เป็นต้น แต่หากมีอาการฉุกเฉิน เช่น ปวดฟัน เหงือกบวม เป็นหนอง ได้รับอุบัติเหตุ ให้พบทันตแพทย์ในทันที

เผยเคล็ดลับการดูแลสุขภาพฟัน ในช่วงโควิด-19

การดูแลสุขภาพฟันให้แข็งแรงนั้นเป็นอะไรที่ไม่ยากเลย แค่ต้องมีวินัยในการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ เป็นประจำ โดยวิธีในการดูแลสุขภาพ ในช่วงโควิดมีดังต่อไปนี้

• ควรดูแลสุขภาพช่องปากให้สะอาด ด้วยหลัก 2-2-2 คือ แปรงฟัน อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน ด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์นานอย่างน้อย 2 นาที และภายใน 2 ชั่วโมงหลังแปรงฟันควรหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่ม
• ใช้อุปกรณ์เสริมทำความสะอาดซอกฟัน เช่น ไหมขัดฟัน หรือแปรงซอกฟัน อย่างสม่ำเสมอ
• ล้างแปรงสีฟันให้สะอาดหลังการใช้งาน ไม่ควรเก็บแปรงสีฟันใกล้กันจนหัวแปรงสัมผัสกับแปรงสีฟันของคนอื่น เพื่อป้องกันการถ่ายเทเชื้อโรค
• ลดการรับประทานของหวาน เน้นการรับประทานผักและผลไม้เพื่อป้องกันฟันผุ

การดูแลสุขภาพฟันอย่างถูกวิธี จะช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาในช่องปากลงได้ หากสุขภาพฟันดี ก็ไม่จำเป็นต้องไปพบทันตแพทย์ ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อโควิด-19 ได้อีกทางหนึ่ง

 

คลินิกทันตกรรม ดิไอวรี่ พร้อมดูแลสุขภาพฟันของคุณในทุกสถานการณ์ ด้วยทีมทันตแพทย์มากประสบการณ์ ที่พร้อมจะดูแลรักษาฟันของคุณ ด้วยความใส่ใจ มือเบา และการให้บริการที่แบบเหนือระดับ

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

 


สอบถามหรือนัดหมายเข้ารับบริการได้ที่ คลินิกทันตกรรม ดิไอวรี่

โทร. 02-275-3599 ได้ทุกวัน (ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น.) หรือสามารถติดต่อได้ทาง LINE: @theivorydental

(เพิ่มเติม…)

ทำฟัน ช่วงโควิด-19 ได้หรือไม่?

Create Date | 23 เมษายน, 2021 2329 Views


ทำฟัน ช่วงโควิด-19 ได้หรือไม่?

ช่วงโควิด-19 ระบาดนั้น การให้การรักษาทางทันตกรรมยังคงให้การรักษาทันตกรรมแบบฉุกเฉินและเร่งด่วนอยู่ หากว่าคนไข้เกิดอุบัติเหตุ ฟันหัก ปวดฟัน เหงือกบวม เหงือกอักเสบ ทีมทันตแพทย์ของเราก็พร้อมให้การรักษา ดูแลอย่างเต็มที่

5 อาการฉุกเฉิน ที่จำเป็นต้องรักษาในช่วงโควิด

  1. เหงือกหรือฟันปวดบวม ทานยาแก้ปวด ยาฆ่าเชื้อแล้วหากไม่หาย 2-3 วัน ให้มาพบทันตแพทย์
  2. เครื่องมือจัดฟัน หรือฟันปลอมแตกหักทิ่มเนื้อเยื่อ หรือครอบฟันหลุด
  3. เลือดออกภายในช่องปาก
  4. อุบัติเหตุปวดบวมบริเวณใบหน้าและขากรรไกร
  5. กรณีการรักษาเฉพาะทางที่มีการดูแลร่วมกันระหว่างแพทย์และทันตแพทย์ เช่น ป่วยโรคมะเร็ง โรคหัวใจ ซึ่งต้องรักษาฟันก่อน เป็นต้น


กรณีใดที่เป็นทันตกรรมไม่เร่งด่วน

  1. การรักษาต่อเนื่องเช่น รักษาคลองรากฟัน ฟันผุที่อุดชั่วคราวอยู่
  2. การขูดหินปูน อุดฟัน จัดฟัน ตรวจฟัน
  3. กรณีอื่นๆ หากไม่แน่ใจสามารถติดต่อสอบถามกับทางคลินิกได้


คัดกรองความเสี่ยง..ตรวจเช็คก่อนทำฟัน

ทั้งนี้เราให้ความสำคัญคัดกรองคนไข้ก่อนทำการรักษา มีการซักประวัติโดยละเอียดก่อนทำนัด และให้กรอกแบบประเมินความเสี่ยงของคนไข้ เพื่อเป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของทางคลินิก

คำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของคนไข้

ได้มีการจัดพื้นที่ภายในคลินิก เพื่อเว้นระยะห่าง Social Distancing และมีการคัดกรองผู้ที่เข้ามาในพื้นที่คลินิกโดยละเอียดทั้งทันตแพทย์ พยาบาลทันตแพทย์ และเจ้าหน้าที่ทุกคน โดยการวัดไข้และมีการตรวจสอบไทม์ไลน์การเดินทางโดยละเอียด และสำหรับคนไข้ได้มีการวัดไข้ ซักประวัติอีกครั้ง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในความปลอดภัยก่อนทำการรักษา

รักษาด้วยมาตรฐานการป้องกันการแพร่เชื้อ

ทันตแพทย์จะทำการรักษาด้วยมาตรฐานการป้องกันการแพร่เชื้อสูงสุด ด้วยการใส่ชุด PPE ทั้งทันตแพทย์และพยาบาลทันตกรรม ให้คนไข้บ้วนน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนทุกครั้ง และลดการฟุ้งกระจายด้วยเครื่อง High Power Suction หลังเสร็จการรักษาจะทำการฆ่าเชื้อด้วยรังสีอัลตราไวโอเลต และฆ่าเชื้อพื้นผิวสัมผัสทุกอย่างภายในห้องตรวจ จึงทำให้มั่นใจได้ว่าจะได้รับการรักษาด้วยความปลอดภัยสูงสุด

คลินิกทันตกรรม ดิไอวรี่ พร้อมดูแลสุขภาพฟันของคุณในทุกสถานการณ์ ด้วยทีมทันตแพทย์มากประสบการณ์ ที่พร้อมจะดูแลรักษาฟันของคุณ ด้วยความใส่ใจ มือเบา และการให้บริการที่แบบเหนือระดับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

 


สอบถามหรือนัดหมายเข้ารับบริการได้ที่ คลินิกทันตกรรม ดิไอวรี่

โทร. 02-275-3599 ได้ทุกวัน (ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น.) หรือสามารถติดต่อได้ทาง LINE: @theivorydental

(เพิ่มเติม…)

ขั้นตอนการทำรากฟันเทียม มีอะไรบ้าง?

Create Date | 18 ธันวาคม, 2020 1090 Views

การทำรากฟันเทียมคืออะไร?

การทำรากฟันเทียม หรือรากเทียม คือการรักษาเพื่อทดแทนฟันธรรมชาติที่สูญเสียไป โดยเป็นการทำรากฟันเทียมซึ่งทำจากวัสดุไทเทเนียม ซึ่งมีลักษณะรูปร่างคล้ายสกรู ลงไปในขากรรไกร เพื่อยึดสะพานฟัน ครอบฟัน หรือฟันปลอมถอดได้ทั้งปาก โดยจะใช้เวลารักษาทั้งหมดประมาณ 3-6 เดือน โดยระยะเวลาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ปริมาณและคุณภาพของกระดูกขากรรไกร จำนวนฟันที่ต้องทำรากฟันเทียม เป็นต้น

การเตรียมตัวก่อนการทำรากฟันเทียม ?

เมื่อทันตแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าคนไข้จำเป็นต้องทำรากฟันเทียม ก็จำเป็นต้องเตรียมตัวก่อนการทำรากฟันเทียม ได้แก่

  • พบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปาก
  • รักษาสุขภาพให้แข็งแรง หากมีโรคประจำตัวและมียาที่ต้องรับประทานเป็นประจำก็ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการรักษา ซึ่งหากเป็นโรคประจำตัวที่สามารถควบคุมได้ก็สามารถทำรากฟันเทียมได้

 

การทำรากฟันเทียม มีขั้นตอนอะไรบ้าง?

  1. ทันตแพทย์จะตรวจสภาพช่องปากและเตรียมสภาพช่องปากให้เรียบร้อย
  2. ถ่ายภาพ X-Ray และ CT Scan และ พิมพ์ปากเพื่อวางแผนการรักษา
  3. ทันตแพทย์ทำการผ่าตัดฝังรากฟันเทียมในตำแหน่งที่เหมาะสม ในบางกรณีอาจมีการเสริมกระดูกก่อน
  4. รอให้กระดูกยึดกับรากฟันเทียมซึ่งใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ปริมาณและคุณภาพกระดูกของคนไข้
  5. เมื่อกระดูกยึดกับรากฟันเทียมดีแล้ว ทันตแพทย์จะพิมพ์ปากเพื่อทำสะพานฟัน ครอบฟัน หรือฟันปลอม
  6. ทำการใส่เดือยฟันเพื่อรองรับสะพานฟัน ครอบฟัน หรือฟันปลอม
  7. ทำการใส่ สะพานฟัน ครอบฟัน หรือฟันปลอม
  8. นัดคนไข้เพื่อติดตามอาการ
  9.  

การดูแลหลังทำรากฟันเทียม ?

  • แปรงฟันให้สะอาดและถูกต้อง
  • ใช้ไหมขัดฟันทุกครั้ง
  • หลีกเลี่ยงการกัดหรือเคี้ยวของแข็ง
  • พบทันตแพทย์ตามกำหนดเวลา ทุก 6 เดือน

 

ข้อดีของการทำรากฟันเทียม ?

  1. สร้างความมั่นใจทุกครั้งที่ยิ้ม หรือพูดคุย
  2. เคี้ยวอาหารได้เหมือนการใช้ฟันธรรมชาติ
  3. ทำความสะอาดง่าย แค่ใช้การแปรงฟัน
  4. สุขภาพและคุณภาพชีวิตดีขึ้น
  5. อายุการใช้งานยาวนานขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของคนไข้

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

คลินิกทันตกรรม ดิไอวรี่ ศูนย์ทันตกรรมรากฟันเทียมครบวงจร ที่ได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐานระดับสากล ISO 9001:2015 ให้บริการรักษารากฟันเทียมด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัย โดยทีมอาจารย์ทันตแพทย์เฉพาะทางที่เชี่ยวชาญ ระดับแนวหน้า พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย และห้องทันตกรรมที่สะอาด ปลอดเชื้อ



สอบถามหรือนัดหมายเข้ารับบริการได้ที่ คลินิกทันตกรรม ดิไอวรี่

โทร. 02-275-3599 ได้ทุกวัน (ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น.) หรือสามารถติดต่อได้ทาง LINE: @theivorydental

(เพิ่มเติม…)

เคยจัดฟันมาแล้ว จัดฟันแบบใสได้หรือไม่?

Create Date | 22 ตุลาคม, 2020 1156 Views

 

เคยจัดฟันมาแล้ว จัดฟันแบบใสได้หรือไม่?

ปัญหาที่พบได้บ่อยของคนไข้จัดฟัน คือหลังจากจัดฟันเสร็จแล้วไม่ได้ใส่รีเทนเนอร์ หรือใส่ไม่สม่ำเสมอ ทำให้ฟันที่เคยเรียงตัวสวย กลับมา ซ้อนเก เอียง ล้ม บิด หรือเคลื่อนออกจากตำแหน่งเดิม ฟันไม่สวยเหมือนตอนจัดฟันเสร็จ ซึ่งในคนไข้จัดฟันบางรายไม่สามารถที่จะใช้ใส่รีเทนเนอร์แบบพิเศษ (Active Retainer) ได้ ซึ่งมีทางเลือกอีกหนึ่งวิธีคือการจัดฟันรอบสองด้วยจัดฟันแบบใส      

การจัดฟันแบบใสคืออะไร

การจัดฟันแบบใส คือการจัดฟันแบบไรเครื่องมือโลหะ เป็นการใช้เครื่องมือจัดฟันที่มีความใสและสามารถถอดออกได้ ออกแบบมาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล การจัดฟันแบบใสช่วยให้ฟันเรียงตัวสวย โดยการจัดฟันแบบใสนั้นจะค่อยๆจัดเรียงฟันอย่างเป็นธรรมชาติ และตรงตามแผนการรักษาที่วางไว้อย่างแม่นยำ    

จัดฟันแบบใสดียังไง

  • สวยงามเนื่องจาก เป็นเครื่องมือใส มองไม่เห็น
  • รู้สึกสบายกว่าการติดเครื่องมือโลหะเนื่องจากถอดออดได้เวลาทานข้าวแปรงฟัน
  • ไม่มีปัญหาเครื่องมือทิ่มเหงือกแบบเครื่องมือติดแน่น
  • ไม่ต้องพบทันตแพทย์บ่อย

 

ต้องใส่รีเทนเนอร์ (Retainer) หลังการจัดฟันใสหรือไม่

หลังการจัดฟันแบบใสเสร็จแล้ว จำเป็นต้องใส่รีเทนเนอร์ เช่นเดียวกับการจัดฟันแบบอื่นๆ เพราะหลังจากถอดเครื่องมือจัดฟันใสแล้ว ฟันของคนเรามีโอกาสที่จะเคลื่อนตัวได้ ทันตแพทย์จะให้คุณได้ใส่รีเทนเนอร์ซึ่งจะช่วยรักษาฟันให้อยู่กับที่ตลอดไป  

 

 

 


ปรึกษาเรื่องจัดฟันแบบใส ได้ที่ คลินิกทันตกรรม ดิไอวรี่ ได้ที่เบอร์ 02-275-3599 ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. หรือสามารถติดต่อได้ทาง LINE: @theivorydental

ถ้าฟันหายหลายซี่ จำเป็นต้องฝังรากฟันเทียมทุกซี่หรือไม่?

Create Date | 21 ตุลาคม, 2020 1912 Views

ถ้าฟันหายหลายซี่ จำเป็นต้องฝังรากฟันเทียมทุกซี่หรือไม่ ?

เนื่องจากการทำรากฟันเทียมทดแทนฟันหลายซี่นั้น คนไข้มักเข้าใจผิดว่าจำเป็นจะต้องฝังจำนวนรากฟันเทียมในปริมาณเท่าๆกับฟันที่หายไป ซึ่งการทำรากฟันเทียมประเภทนี้นั้นไม่จำเป็นจะต้องเป็นเช่นนั้นเสมอไปเพราะในบางกรณีอาจใช้รากฟันเทียมแค่สองตัว และทำสะพานฟันบนรากฟันเทียม 3 – 4 ซี่ได้โดยไม่มีผลต่ออายุการใช้งาน ความสวยงาม และการบดเคี้ยวแต่อย่างใด ข้อดีที่คนไข้ได้รับคือได้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากและลดอาการเจ็บหลังจากการรักษาได้

สะพานฟันบนรากเทียมคืออะไร ?

สะพานฟันเป็นการทำฟันปลอมชนิดติดแน่นรูปแบบหนึ่ง ซึ่งสะพานฟันบนรากเทียมคือการใส่ตัวฟัน 3-4 ซี่บนรากฟันเทียม 2 ตัว ดังรูปด้านบน การทำสะพานฟันบนรากเทียมจะทำในกรณีที่สูญเสียฟันหรือฟันถูกถอนไปในบริเวณติดๆกัน3-4ซี่ โดยสะพานฟันนี้ก็จะยึดอยู่บนรากเทียมที่ฝังไว้

ข้อดีของการทำสะพานฟันบนรากฟันเทียม ?

    • ประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าการทำรากฟันเทียมทุกซี่
    • คนไข้เจ็บแผลน้อยกว่าการฝังรากเทียมทุกๆซี่
    • มีความแข็งแรง สามารถบดเคี้ยวได้เป็นธรรมชาติ
    • ง่ายต่อการดูแลทำความสะอาด
  • ได้ฟันทดแทนที่ดูเป็นธรรมชาติ

ถ้าสูญเสียฟันทั้งปากจะทำรากฟันเทียมได้หรือไม่?

ในกรณีที่คนไข้สูญเสียฟันทั้งปาก สามารถรักษาได้โดยการทำรากฟันเทียมทั้งปาก (All on 4 ) ซึ่งเป็นการใช้เทคนิคการรักษาด้วยการฝังรากฟันเทียมลงไปในกระดูกขากรรไกรจำนวน 4 ตัว หรือ 6 ตัว เพื่อรองรับฟันปลอมแบบติดแน่นโดยใช้สกรูยึดแผงฟันปลอมไว้กับรากฟันเทียม ซึ่งจะมีความแข็งแรง และสามารถทำความสะอาดโดยการแปรงฟันได้เหมือนฟันธรรมชาติ การรักษาวิธีทำรากฟันเทียมทั้งปาก (All on 4 ) นี้เหมาะกับคนไข้ที่สูญเสียฟันทั้งปากทั้งแบบที่ยังมีกระดูกรองรับฟัน และไม่มีกระดูกรองรับฟัน
ทั้งนี้ในการรักษาโดยการทำรากฟันเทียมนั้น คนไข้ควรที่จะพบทันตแพทย์ก่อนเพื่อตรวจวินิจฉัยและประเมินก่อนว่าคนไข้เหมาะกับการทำรากฟันเทียมหรือไม่ และเหมาะกับการทำรากฟันเทียมแบบใด
คลินิกทันตกรรม ดิไอวรี่ ศูนย์ทันตกรรมรากฟันเทียมครบวงจร ที่ได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐานระดับสากล ISO 9001:2015 ให้บริการรักษารากฟันเทียมด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัย โดยทีมอาจารย์ทันตแพทย์เฉพาะทางที่เชี่ยวชาญ ระดับแนวหน้า พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย และห้องทันตกรรมที่สะอาด ปลอดเชื้อ

สอบถามหรือนัดหมายเข้ารับบริการได้ที่ คลินิกทันตกรรม ดิไอวรี่

โทร. 02-275-3599 ได้ทุกวัน (ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น.) หรือสามารถติดต่อได้ทาง LINE: @theivorydental   (เพิ่มเติม…)

เราเหมาะจัดฟันแบบใสหรือไม่ มาลองเช็คกัน ?

Create Date | 6 ตุลาคม, 2020 1242 Views

 

จัดฟันแบบใสเหมาะกับใครบ้าง?

การจัดฟันแบบใส เป็นการจัดฟันที่ใช้เครื่องมือจัดฟันแบบไม่ติดแน่น สามารถถอดเข้า-ออกได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องติดเครื่องมือโลหะ ซึ่งการจัดฟันแบบใส กำลังเป็นที่นิยม เพราะสวยงามมองไม่เห็น ใช้และดูแลง่ายเพียงถอดออกเวลาทานข้าวและแปรงฟัน เรียกว่าการใส่เครื่องมือจัดฟันแบบใสแทบไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตเลย

 

การจัดฟันแบบใส

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจัดฟันแต่ไม่อยากให้คนอื่นเห็นว่ากำลังจัดฟันอยู่ เหมาะกับอาชีพที่ต้องพูดคุยพบปะผู้คน ที่ซึ่งให้ความสำคัญกับบุคลิกภาพที่ดี เช่น

  • ผู้บริหาร
  • นักร้อง
  • นักแสดง
  • นางแบบ
  • พิธีกร
  • พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน
  • หรือทุกคนที่ต้องการจัดฟันแบบไม่อยากให้มองเห็นนั่นเอง

เพื่อให้การจัดฟันไม่เป็นอุปสรรคต่อหน้าที่การงาน การจัดฟันแบบใสก็ได้มาตอบโจทย์ปัญหานี้ เพราะการจัดฟันแบบใสนั้นไม่มีการติดเครื่องมือโลหะ ที่ทำให้เสียบุคลิกภาพ สามารถใส่เครื่องมือจัดฟันแบบใสได้ตลอดทั้งวันโดยที่ไม่มีผู้อื่นรู้ ทำให้สามารถทำงาน พบปะพูดคุย ประชุม หรือแม้แต่อาชีพที่ออกหน้ากล้อง เช่น นักร้อง นักแสดง และพิธีกร ก็สามารถทำงานและดำเนินชีวิตได้ตามปกติ  

 

แล้วถ้าเคยจัดฟันโลหะมาแล้ว สามารถจัดฟันแบบใสได้หรือไม่?

นอกจากนี้ในผู้ที่เคยจัดฟันแบบติดแน่น หรือจัดฟันโลหะมาแล้ว แต่มีฟันเคลื่อนตัว บิด เก เปลี่ยนไปจากเดิม เนื่องจากไม่ได้ใส่รีเทรนเนอร์ ต้องการที่จะจัดฟันรอบสอง แต่ไม่อยากติดเครื่องมือแบบเดิม การจัดฟันแบบใสก็สามารถช่วยให้ฟันกลับมาเรียงตัวสวยได้ และใช้ระยะเวลาที่น้อยกว่าการที่ต้องไปจัดฟันโลหะอีกครั้ง โดยเฉลี่ยหากเคยจัดฟันมาแล้ว ระยะเวลาจัดฟันแบบใสนั้นจะอยู่ที่ 6 เดือน ถึง 1 ปีเท่านั้น  

 

ผู้ใหญ่หรือมีอายุแล้วสามารถจัดฟันแบบใสได้หรือไม่?

อายุที่มากขึ้นฟันก็เริ่มเคลื่อนตัว บิด เก ไม่สวย อยากจัดฟันแต่ก็ไม่อยากติดเครื่องมือโลหะ การจัดฟันแบบใส นั้นสามารถแก้ปัญหานี้ได้ ปัจจัยด้านอายุนั้นไม่มีผลในการจัดฟันแบบใส ในทางกลับกันยิ่งกลับพบว่ามีคนไข้วัยผู้ใหญ่มีแนวโน้มเลือกจัดฟันแบบใสมากขึ้น เพราะผู้ใหญ่มักไม่ชอบการที่จัดแล้วมองเห็นเหล็กทำให้ดูไม่สวยงาม แถมดูแลทำความสะอาดง่าย ทำให้ผู้ที่มีอายุมากสามารถใส่เครื่องมือจัดฟันแบบใส โดยใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ

ดังนั้นจากข้างต้นที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าการจัดฟันแบบใสนั้นเหมาะกับทุกเพศทุกวัยทุกช่วงอายุ สามารถทำให้ข้อจำกัดของอาชีพบางอาชีพ ไม่เป็นอุปสรรคต่อการจัดฟัน อยากจัดฟันรอบสองก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องกลับไปจัดฟันแบบโลหะอีก รวมถึงผู้ที่มีอายุมากขึ้น อยากจัดฟันเพื่อให้ฟันเรียงตัวสวย เพิ่มความมั่นใจ ก็สามารถจัดฟันแบบใสได้ โดยไม่กระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันของท่าน

 

 


ปรึกษาเรื่องจัดฟันแบบใส ได้ที่ คลินิกทันตกรรม ดิไอวรี่
ได้ที่เบอร์ 02-275-3599 ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น.
หรือสามารถติดต่อได้ทาง LINE: @theivorydental

มีโรคประจำตัวสามารถทำรากฟันเทียมได้หรือไม่?

Create Date | 7 กันยายน, 2020 1056 Views

 

มีโรคประจำตัวสามารถทำรากฟันเทียมได้หรือไม่?

การฝังรากฟันเทียม เป็นการรักษาทางทันตกรรม สำหรับผู้ที่มีปัญหาการสูญเสียฟันธรรมชาติไปและต้องการจะมีฟันที่มาทดแทนเหมือนฟันธรรมชาติ โดยไม่ต้องการใส่ฟันปลอม แต่การรักษาด้วยวิธีทำรากฟันเทียมนั้น อาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัวบางโรค เนื่องจากบางโรคอาจจะทำให้ผลการรักษาไม่ประสบความสำเร็จ เพราะผลข้างเคียงของโรคนั้น ซึ่งโรคประจำตัวที่มีผลกับการรักษารากฟันเทียมได้แก่ โรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมได้ โรคมะเร็งบริเวณศีรษะถึงคอ และโรคกระดูกพรุน

โรคเบาหวาน-คลินิกทันตกรรม-ดิไอวรี่

ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดไหนที่ไม่ควรทำรากฟันเทียม

สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่รุนแรงไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการรักษาด้วยการทำรากฟันเทียมนั้น เนื่องจากผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดนี้ จะมีน้ำตาลในเลือดที่ค่อนข้างสูง ซึ่งจะส่งผลให้บาดแผลหายช้า ซึ่งการทำรากฟันเทียมนั้น จะต้องมีการผ่าตัด ซึ่งจะมีบาดแผลจะอยู่ภายในช่องปาก หากไม่ได้รับการดูแลอย่างดี จะเสี่ยงต่อการอักเสบและการติดเชื้อ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่รุนแรงไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งมีความเสี่ยงมากที่สุด

ทำไมผู้ป่วยโรคมะเร็งบริเวณศีรษะและคอจึงไม่ควรทำรากฟันเทียม

ผู้ที่ป่วยเป็นมะเร็งที่ต้องเข้ารับการฉายแสงโดยเฉพาะบริเวณศีรษะถึงคอ เป็นกลุ่มที่ไม่เหมาะสมที่จะเข้ารับการทำรากฟันเทียม เนื่องจากผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งที่ต้องเข้ารับการฉายแสงบริเวณใบหน้า จะทำให้เกิดภาวะปวดแสบปวดร้อนของลิ้นและกระพุ้งแก้ม และที่สำคัญคือกระดูกบริเวณที่ได้รับรังสีจะเกิดภาวะเซลล์กระดูกน้อย ทำให้กระดูกตายได้ง่าย ไม่เหมาะที่จะทำรากฟันเทียมอย่างยิ่ง เพราะอาจจะส่งผลอันตรายแก่ผู้ป่วยได้

กระดูกพรุน-คลินิกทันตกรรม-ดิไอวรี่

ทำไมผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนจึงไม่ควรทำรากฟันเทียม

กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคกระดูกพรุนไม่เหมาะที่จะเข้ารับการรักษาด้วยการทำรากฟันเทียม เพราะผู้ป่วยกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่มีกระดูกไม่แข็งแรง กระดูกมีความเปราะบาง ซึ่งการทำรากฟันเทียมนั้น จะต้องฝังรากฟันเทียมบนกระดูกขากรรไกร ซึ่งอาจจะทำให้กระดูกบริเวณนั้นเกิดอาการเปราะ แตกหัก และทำให้รากฟันเทียมหลุดออกมาได้ หากผู้ป่วยที่เป็นโรคกระดูกพรุนเข้ารับการรักษาทำรากฟันเทียม ก็มีอัตราสูงที่จะทำให้การรักษาเกิดความล้มเหลวสูงได้

ดังนั้นก่อนเข้ารับการรักษาด้วยการทำรากฟันเทียม ควรเข้ามาปรึกษาทันตแพทย์และควรบอกข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพและข้อมูลโรคประจำตัวอย่างละเอียด เพื่อความปลอดภัยและผลการรักษาที่ประสบความสำเร็จ


ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกทันตกรรม ดิไอวรี่  ได้ที่เบอร์ 02-275-3599 ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. หรือสามารถติดต่อได้ทาง LINE: @theivorydental  

จัดฟันแบบใสแตกต่างกับจัดฟันแบบโลหะอย่างไร

Create Date | 18 สิงหาคม, 2020 1313 Views

 

ข้อแตกต่าง ระหว่าง จัดฟันแบบใส และ จัดฟันแบบโลหะ

สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจอยากจัดฟันอยู่ คำถามที่มักสงสัยกันมากคือ จะเลือกการจัดฟันแบบไหนดี โดยที่การจัดฟันที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท คือ การจัดฟันแบบโลหะ และ การจัดฟันแบบใส โดยที่การจัดฟันแต่ละประเภทมีข้อแตกต่างกันดังนี้

ขั้นตอนการจัดฟัน

  • การจัดฟันแบบโลหะ ทันตแพทย์จะค่อยๆปรับลวดที่ติดอยู่กับฟันให้เคลื่อนที่ไปในตำแหน่งตามแผนการรักษาของคนไข้คนนั้น ๆ ซึ่งจะมีการปรับลวดรวมถึงการเปลี่ยนยางช่วยดึงฟันทุก ๆ เดือน จนกว่าฟันจะเรียงตัวสวยตามแผนการรักษา
  • การจัดฟันแบบใส จะใช้เครื่องสแกน3มิติ (Digital3D Scan) ร่วมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่จะช่วยวางแผนการรักษาซึ่งจะคำนวนการเคลื่อนฟัน สามารถขยับฟันทีละซี่ได้ตามต้องการ จึงทำให้มีความแม่นยำสูง มากกว่าการจัดฟันแบบโลหะ

วัสดุของเครื่องมือจัดฟัน

  • การจัดฟันแบบโลหะ เป็นการจัดฟันแบบใช้เครื่องมือติดแน่นที่ทำจากวัสดุโลหะ โดยโลหะที่ติดกับฟันเรียกว่า “แบร็คเก็ต” ซึ่งเป็นตัวเชื่อมติดกับฟันและใช้ลวดร้อยผ่านแบร็คเก็ตโดยมียางช่วยดึงเพิ่มแรงที่ตัวฟันเพื่อให้ฟันเคลื่อน
  • การจัดฟันแบบใส จะใช้วัสดุที่ผลิตจากพลาสติก PETG ที่มีความยืดหยุ่น แข็งแรง จึงทำให้คนไข้ไม่รู้สึกบีบรัดกับเหงือก รวมถึงไม่รบกวนผิวหน้าฟันขณะใส่เครื่องมือ และเมื่อจัดฟันเสร็จแล้วก็ทำให้ผิวหน้าฟันไม่ถูกทำลายเหมือนการติดอุปกรณ์จัดฟันแบบโลหะ รวมทั้งยังมีความใส มองไม่เห็นเครื่องมือจัดฟัน ทำให้ไม่เสียบุคลิก

ระยะเวลาของการจัดฟัน

  • การจัดฟันแบบโลหะนั้น ต้องปรับดึงลวดและยางทุกเดือน ทำให้ไม่ทราบระยะเวลาจัดฟันที่แน่นอน การจัดฟันประเภทนี้จะใช้ระยะเวลา 2-5 ปี ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะฟันและแผนการรักษาของคนไข้คนนั้น
  • การจัดฟันแบบใส เป็นการจัดฟันที่ใช้เครื่องมือสแกน3มิติ (Digital 3D Scan) และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการคำนวนระยะเวลาจัดฟัน ทำให้ทราบผลการรักษาและระยะเวลาที่แม่นยำ ทำให้คนไข้สามารถเห็นผลลัพธ์ตั้งแต่ยังไม่จัดฟัน ระยะเวลาการจัดฟันในกรณีคนไข้ที่มีปัญหาฟันไม่ซับซ้อนใช้เวลาไม่เกิน 1 ปี สำหรับคนไข้ที่มีปัญหาฟันที่ซับซ้อนใช้เวลา 1-2 ปี ซึ่งการจัดฟันแบบใสใช้ระยะเวลาในการจัดฟันเร็วกว่าจัดฟันแบบโลหะ

นอกจากนี้การจัดฟันแบบใสยังมีข้อดีคือสามารถใส่เข้าหรือถอดออกได้อย่างสะดวกเมื่อรับประทานอาหารและสะดวกต่อการทำความสะอาด

สรุปความแตกต่างระหว่างจัดฟันแบบใสกับจัดฟันแบบโลหะ

การจัดฟันทั้ง 2 แบบมีข้อแตกต่างกัน แต่การจัดฟันแบบใสมีข้อดีกว่าจัดฟันแบบโลหะ ดังนี้

  • ใช้เวลาจัดฟันเสร็จเร็วกว่า
  • ผลการรักษาแม่นยำมากกว่า
  • ไม่มีอาการบาดเจ็บในช่องปากระหว่างจัดฟัน
  • ทำความสะอาดง่ายกว่า ดีต่อสุขภาพช่องปาก
  • มองไม่เห็นเครื่องมือจัดฟัน ทำให้ไม่เสียบุคลิกภาพ ผู้ใหญ่ก็จัดฟันใสได้

 


ปรึกษาเรื่องจัดฟันแบบใส ได้ที่
คลินิกทันตกรรม ดิไอวรี่ ได้ที่เบอร์ 02-275-3599 ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น.
หรือสามารถติดต่อได้ทาง LINE: @theivorydental

การทำรากฟันเทียมเหมาะกับใคร

Create Date | 27 กรกฎาคม, 2020 1545 Views

ใครบ้างที่เหมาะกับการทำรากฟันเทียม

การทำรากฟันเทียมนั้นอาจจะไม่ได้เหมาะกับทุกคน ดังนั้นอันดับแรกผู้ที่สูญเสียฟัน ต้องทำคือมาพบทันตแพทย์ก่อนเพื่อวินิจฉัยว่าสามารถทำรากฟันเทียมได้หรือไม่ ซึ่งโดยปกติแล้วผู้ที่เหมาะกับการทำรากฟันเทียม ได้แก่

  • ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป เนื่องจากหากอายุต่ำกว่า18 ปี กระดูกขากรรไกรยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่
  • ผู้ที่ฟันแตกหักหรือฟันบิ่น โดยที่ทันตแพทย์แนะนำว่าควรถอนฟันซี่นั้นออก ก็สามารถทำรากฟันเทียมทดแทนฟันที่สูญเสียไป
  • ผู้ที่ไม่ต้องการใส่ฟันปลอมแบบถอดได้
  • ผู้ที่ไม่ต้องการกรอฟันเพื่อทำสะพานฟันติดแน่น

ใครบ้างที่ไม่ควรทำรากฟันเทียม

  • ผู้ที่อายุยังไม่ถึง 18 ปี เนื่องจาก กระดูกขากรรไกรยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่
  • หญิงตั้งครรภ์ ควรรอให้คลอดบุตรก่อนจึงสามารถทำรากฟันเทียมได้
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่างที่ไม่ได้รับการควบคุม เช่น โรคเบาหวาน ซึ่งเสี่ยงต่อการที่บาดแผลหายช้า อักเสบ และติดเชื้อได้
  • ผู้ที่เป็นมะเร็ง ที่ต้องได้รับการฉายแสงบริเวณใบหน้าและขากรรไกร
  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคกระดูกพรุน หรือมีภาวะกระดูกไม่แข็งแรง
  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคปริทันต์อักเสบรุนแรง ควรได้รับการรักษาเพิ่มเติมก่อนทำรากฟันเทียม
  • ผู้ป่วยที่เป็นลูคีเมีย ผู้ป่วยไฮเปอร์ไทรอยด์ และผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน
  • ผู้ป่วยจิตเภท หรือผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ และไม่สามารถดูแลรักษาสุขภาพช่องปากเองได้

ดังนั้นผู้ที่สูญเสียฟันและต้องการทำรากฟันเทียมจึงควรประเมินตนเองก่อนว่ามีปัจจัยเสี่ยงตามข้างต้นหรือไม่ หรือหากไม่แน่ใจสามารถพบทันตแพทย์เพื่อวินิจฉัยโดยละเอียดก่อนตัดสินใจทำรากฟันเทียม

หลังจากทันตแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าคนไข้สามารถทำรากฟันเทียได้ ก็มาถึงขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนการใส่รากฟันเทียม โดยในผู้ที่มีร่างกายเเข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษ เเต่ในกรณีที่มีโรคประจำตัว มียาที่จำเป็นต้องรับประทานเป็นประจำ หรือมีประวัติการแพ้ยา ต้องแจ้งต่อทันตแพทย์ก่อนการฝังรากเทียม หลังจากการตรวจประเมินอย่างละเอียดโดยทันตแพทย์แล้ว จะมีการถ่ายภาพเอกซเรย์ทันตกรรม 3 มิติ (Dental CT Scan) เพื่อการวางแผนการรักษาทำรากเทียมที่ถูกต้องและแม่นยำ


ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
คลินิกทันตกรรม ดิไอวรี่  ได้ที่เบอร์ 02-275-3599 ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น.
หรือสามารถติดต่อได้ทาง LINE: @theivorydental

แบร็คเก็ตหลุดและลวดทิ่มกระพุ้งแก้ม ในช่วงโควิด-19 ทำอย่างไรดี?

Create Date | 15 เมษายน, 2020 7104 Views

แบร็คเก็ตหลุดและลวดทิ่มกระพุ้งแก้ม ในช่วงโควิด-19 ทำอย่างไรดี?

◾แบร็คเก็ตหลุด แต่ห้อยค้างบนลวด
เสี่ยงหลุดลงคอระหว่างเคี้ยวอาหาร ควรพบทันตแพทย์เพื่อติดแบร็คเก็ตใหม่

◾แบร็คเก็ตหลุดออกจากลวด

เก็บแบร็คเก็ตไว้ ค่อยนำไปให้ทันตแพทย์ติดใหม่ เมื่อสถานการณ์โควิดดีขึ้น

◾ลวดทิ่มกระพุ้งแก้ม

ดัดปลายลวดด้วยแหนบ ดินสอหรือช้อนเล็กๆ จากนั้นติดขี้ผึ้งที่ปลายลวดปิดความคม หรือ ใช้กรรไกรตัดเล็บตัดปลายลวด

* อุปกรณ์ที่ใช้ต้องสะอาด และผ่านการฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอล์

ข้อมูลโดย: สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย

อยู่บ้านมีปัญหาช่องปาก…ทำไงดี?
ปรึกษาทันตแพทย์ออนไลน์ 24 ชม.
ปรึกษาเลย https://bit.ly/2V95ACY