ถ้าฟันหายหลายซี่ จำเป็นต้องฝังรากฟันเทียมทุกซี่หรือไม่?

Create Date | 21 ตุลาคม, 2020 96 Views

ถ้าฟันหายหลายซี่ จำเป็นต้องฝังรากฟันเทียมทุกซี่หรือไม่ ?

เนื่องจากการทำรากฟันเทียมทดแทนฟันหลายซี่นั้น คนไข้มักเข้าใจผิดว่าจำเป็นจะต้องฝังจำนวนรากฟันเทียมในปริมาณเท่าๆกับฟันที่หายไป ซึ่งการทำรากฟันเทียมประเภทนี้นั้นไม่จำเป็นจะต้องเป็นเช่นนั้นเสมอไปเพราะในบางกรณีอาจใช้รากฟันเทียมแค่สองตัว และทำสะพานฟันบนรากฟันเทียม 3 – 4 ซี่ได้โดยไม่มีผลต่ออายุการใช้งาน ความสวยงาม และการบดเคี้ยวแต่อย่างใด ข้อดีที่คนไข้ได้รับคือได้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากและลดอาการเจ็บหลังจากการรักษาได้

สะพานฟันบนรากเทียมคืออะไร ?

สะพานฟันเป็นการทำฟันปลอมชนิดติดแน่นรูปแบบหนึ่ง ซึ่งสะพานฟันบนรากเทียมคือการใส่ตัวฟัน 3-4 ซี่บนรากฟันเทียม 2 ตัว ดังรูปด้านบน การทำสะพานฟันบนรากเทียมจะทำในกรณีที่สูญเสียฟันหรือฟันถูกถอนไปในบริเวณติดๆกัน3-4ซี่ โดยสะพานฟันนี้ก็จะยึดอยู่บนรากเทียมที่ฝังไว้

ข้อดีของการทำสะพานฟันบนรากฟันเทียม ?

  • ประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าการทำรากฟันเทียมทุกซี่
  • คนไข้เจ็บแผลน้อยกว่าการฝังรากเทียมทุกๆซี่
  • มีความแข็งแรง สามารถบดเคี้ยวได้เป็นธรรมชาติ
  • ง่ายต่อการดูแลทำความสะอาด
  • ได้ฟันทดแทนที่ดูเป็นธรรมชาติ


ถ้าสูญเสียฟันทั้งปากจะทำรากฟันเทียมได้หรือไม่?

ในกรณีที่คนไข้สูญเสียฟันทั้งปาก สามารถรักษาได้โดยการทำรากฟันเทียมทั้งปาก (All on 4 ) ซึ่งเป็นการใช้เทคนิคการรักษาด้วยการฝังรากฟันเทียมลงไปในกระดูกขากรรไกรจำนวน 4 ตัว หรือ 6 ตัว เพื่อรองรับฟันปลอมแบบติดแน่นโดยใช้สกรูยึดแผงฟันปลอมไว้กับรากฟันเทียม ซึ่งจะมีความแข็งแรง และสามารถทำความสะอาดโดยการแปรงฟันได้เหมือนฟันธรรมชาติ การรักษาวิธีทำรากฟันเทียมทั้งปาก (All on 4 ) นี้เหมาะกับคนไข้ที่สูญเสียฟันทั้งปากทั้งแบบที่ยังมีกระดูกรองรับฟัน และไม่มีกระดูกรองรับฟัน

ทั้งนี้ในการรักษาโดยการทำรากฟันเทียมนั้น คนไข้ควรที่จะพบทันตแพทย์ก่อนเพื่อตรวจวินิจฉัยและประเมินก่อนว่าคนไข้เหมาะกับการทำรากฟันเทียมหรือไม่ และเหมาะกับการทำรากฟันเทียมแบบใด

คลินิกทันตกรรม ดิไอวรี่ ศูนย์ทันตกรรมรากฟันเทียมครบวงจร ที่ได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐานระดับสากล ISO 9001:2015 ให้บริการรักษารากฟันเทียมด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัย โดยทีมอาจารย์ทันตแพทย์เฉพาะทางที่เชี่ยวชาญ ระดับแนวหน้า พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย และห้องทันตกรรมที่สะอาด ปลอดเชื้อ


นัดหมายและติดต่อสอบถาม

คลินิกทันตกรรม ดิไอวรี่
เปิดให้บริการทุกวันเวลา 10.00-20.00 น.
โทร. 02-275-3599

(เพิ่มเติม…)

โปรโมชั่น รากฟันเทียม Dentium รวมครอบฟัน ผ่อน 0% นาน 6 เดือน

Create Date | 2 ตุลาคม, 2020 118 Views


ยิ้มได้ จ่ายสบาย

รากฟันเทียม Dentium รวมครอบฟัน

ผ่อน 0% นาน 6 เดือน

ให้คุณมีฟันที่สวยเป็นธรรมชาติ ได้ความมั่นใจกลับมาอีกครั้ง พร้อมอวดรอยยิ้มที่สวยงาม ในราคาที่สบายๆ พร้อมผ่อนชำระ 0 % นาน 6 เดือน

ผ่อนง่ายๆ ดอกเบี้ย 0 % นาน 6 เดือน
เพียงเดือนละ 8,666 บาท / ซี่*

ด้วยบัตรเครดิต ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย (KTC)

คลินิกทันตกรรม ดิไอวรี่ ให้บริการทันตกรรมรักษารากฟันเทียม ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO9001:2015 โดยทีมทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรากฟันเทียมและทันตกรรมประดิษฐ์ระดับแนวหน้าของประเทศ

ปรึกษาฟรีโทร 02-275-3599

เงื่อนไข
▪️ ราคานี้รวมค่ารากฟันเทียม และค่าครอบฟัน 1 ซี่ (ราคาซี่ละ 52,000 บาท)
▪️ โปรโมชั่นนี้สำหรับรากฟันเทียม Dentium เท่านั้น
▪️ *ยอดผ่อนชำระดังกล่าวคำนวนโดยประมาณ โปรดตรวจสอบอีกครั้งที่จุดชำระเงิน
▪️ ราคานี้ไม่รวมค่าปลูกกระดูก , ค่า X-Ray, ค่ายา และค่าปลอดเชื้อทางทันตกรรม
▪️ ราคาแพ็กเกจนี้ ใช้ได้ตั้งแต่ วันนี้ – 30 ธันวาคม 2563
▪️ เงื่อนไขการผ่อนชำระเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
▪️ ขอสงวนสิทธิ์แก้ไขเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า


สอบถามข้อมูลและนัดหมายล่วงหน้าที่
🏢 The Ivory Dental Clinic
📞 โทร. 02-275-3599 (10.00-20.00 น.)
LINE : @theivorydental ตลอด 24 ช.ม.

มีโรคประจำตัวสามารถทำรากฟันเทียมได้หรือไม่?

Create Date | 7 กันยายน, 2020 403 Views

 

มีโรคประจำตัวสามารถทำรากฟันเทียมได้หรือไม่?

การฝังรากฟันเทียม เป็นการรักษาทางทันตกรรม สำหรับผู้ที่มีปัญหาการสูญเสียฟันธรรมชาติไปและต้องการจะมีฟันที่มาทดแทนเหมือนฟันธรรมชาติ โดยไม่ต้องการใส่ฟันปลอม แต่การรักษาด้วยวิธีทำรากฟันเทียมนั้น อาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัวบางโรค เนื่องจากบางโรคอาจจะทำให้ผลการรักษาไม่ประสบความสำเร็จ เพราะผลข้างเคียงของโรคนั้น ซึ่งโรคประจำตัวที่มีผลกับการรักษารากฟันเทียมได้แก่ โรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมได้ โรคมะเร็งบริเวณศีรษะถึงคอ และโรคกระดูกพรุน

โรคเบาหวาน-คลินิกทันตกรรม-ดิไอวรี่

ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดไหนที่ไม่ควรทำรากฟันเทียม

สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่รุนแรงไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการรักษาด้วยการทำรากฟันเทียมนั้น เนื่องจากผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดนี้ จะมีน้ำตาลในเลือดที่ค่อนข้างสูง ซึ่งจะส่งผลให้บาดแผลหายช้า ซึ่งการทำรากฟันเทียมนั้น จะต้องมีการผ่าตัด ซึ่งจะมีบาดแผลจะอยู่ภายในช่องปาก หากไม่ได้รับการดูแลอย่างดี จะเสี่ยงต่อการอักเสบและการติดเชื้อ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่รุนแรงไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งมีความเสี่ยงมากที่สุด

ทำไมผู้ป่วยโรคมะเร็งบริเวณศีรษะและคอจึงไม่ควรทำรากฟันเทียม

ผู้ที่ป่วยเป็นมะเร็งที่ต้องเข้ารับการฉายแสงโดยเฉพาะบริเวณศีรษะถึงคอ เป็นกลุ่มที่ไม่เหมาะสมที่จะเข้ารับการทำรากฟันเทียม เนื่องจากผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งที่ต้องเข้ารับการฉายแสงบริเวณใบหน้า จะทำให้เกิดภาวะปวดแสบปวดร้อนของลิ้นและกระพุ้งแก้ม และที่สำคัญคือกระดูกบริเวณที่ได้รับรังสีจะเกิดภาวะเซลล์กระดูกน้อย ทำให้กระดูกตายได้ง่าย ไม่เหมาะที่จะทำรากฟันเทียมอย่างยิ่ง เพราะอาจจะส่งผลอันตรายแก่ผู้ป่วยได้

กระดูกพรุน-คลินิกทันตกรรม-ดิไอวรี่

ทำไมผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนจึงไม่ควรทำรากฟันเทียม

กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคกระดูกพรุนไม่เหมาะที่จะเข้ารับการรักษาด้วยการทำรากฟันเทียม เพราะผู้ป่วยกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่มีกระดูกไม่แข็งแรง กระดูกมีความเปราะบาง ซึ่งการทำรากฟันเทียมนั้น จะต้องฝังรากฟันเทียมบนกระดูกขากรรไกร ซึ่งอาจจะทำให้กระดูกบริเวณนั้นเกิดอาการเปราะ แตกหัก และทำให้รากฟันเทียมหลุดออกมาได้ หากผู้ป่วยที่เป็นโรคกระดูกพรุนเข้ารับการรักษาทำรากฟันเทียม ก็มีอัตราสูงที่จะทำให้การรักษาเกิดความล้มเหลวสูงได้

ดังนั้นก่อนเข้ารับการรักษาด้วยการทำรากฟันเทียม ควรเข้ามาปรึกษาทันตแพทย์และควรบอกข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพและข้อมูลโรคประจำตัวอย่างละเอียด เพื่อความปลอดภัยและผลการรักษาที่ประสบความสำเร็จ


ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกทันตกรรม ดิไอวรี่  ได้ที่เบอร์ 02-275-3599 ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. หรือสามารถติดต่อได้ทาง LINE: @theivorydental  

การทำรากฟันเทียมเหมาะกับใคร

Create Date | 27 กรกฎาคม, 2020 868 Views

ใครบ้างที่เหมาะกับการทำรากฟันเทียม

การทำรากฟันเทียมนั้นอาจจะไม่ได้เหมาะกับทุกคน ดังนั้นอันดับแรกผู้ที่สูญเสียฟัน ต้องทำคือมาพบทันตแพทย์ก่อนเพื่อวินิจฉัยว่าสามารถทำรากฟันเทียมได้หรือไม่ ซึ่งโดยปกติแล้วผู้ที่เหมาะกับการทำรากฟันเทียม ได้แก่

  • ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป เนื่องจากหากอายุต่ำกว่า18 ปี กระดูกขากรรไกรยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่
  • ผู้ที่ฟันแตกหักหรือฟันบิ่น โดยที่ทันตแพทย์แนะนำว่าควรถอนฟันซี่นั้นออก ก็สามารถทำรากฟันเทียมทดแทนฟันที่สูญเสียไป
  • ผู้ที่ไม่ต้องการใส่ฟันปลอมแบบถอดได้
  • ผู้ที่ไม่ต้องการกรอฟันเพื่อทำสะพานฟันติดแน่น

ใครบ้างที่ไม่ควรทำรากฟันเทียม

  • ผู้ที่อายุยังไม่ถึง 18 ปี เนื่องจาก กระดูกขากรรไกรยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่
  • หญิงตั้งครรภ์ ควรรอให้คลอดบุตรก่อนจึงสามารถทำรากฟันเทียมได้
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่างที่ไม่ได้รับการควบคุม เช่น โรคเบาหวาน ซึ่งเสี่ยงต่อการที่บาดแผลหายช้า อักเสบ และติดเชื้อได้
  • ผู้ที่เป็นมะเร็ง ที่ต้องได้รับการฉายแสงบริเวณใบหน้าและขากรรไกร
  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคกระดูกพรุน หรือมีภาวะกระดูกไม่แข็งแรง
  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคปริทันต์อักเสบรุนแรง ควรได้รับการรักษาเพิ่มเติมก่อนทำรากฟันเทียม
  • ผู้ป่วยที่เป็นลูคีเมีย ผู้ป่วยไฮเปอร์ไทรอยด์ และผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน
  • ผู้ป่วยจิตเภท หรือผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ และไม่สามารถดูแลรักษาสุขภาพช่องปากเองได้

ดังนั้นผู้ที่สูญเสียฟันและต้องการทำรากฟันเทียมจึงควรประเมินตนเองก่อนว่ามีปัจจัยเสี่ยงตามข้างต้นหรือไม่ หรือหากไม่แน่ใจสามารถพบทันตแพทย์เพื่อวินิจฉัยโดยละเอียดก่อนตัดสินใจทำรากฟันเทียม

หลังจากทันตแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าคนไข้สามารถทำรากฟันเทียได้ ก็มาถึงขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนการใส่รากฟันเทียม โดยในผู้ที่มีร่างกายเเข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษ เเต่ในกรณีที่มีโรคประจำตัว มียาที่จำเป็นต้องรับประทานเป็นประจำ หรือมีประวัติการแพ้ยา ต้องแจ้งต่อทันตแพทย์ก่อนการฝังรากเทียม หลังจากการตรวจประเมินอย่างละเอียดโดยทันตแพทย์แล้ว จะมีการถ่ายภาพเอกซเรย์ทันตกรรม 3 มิติ (Dental CT Scan) เพื่อการวางแผนการรักษาทำรากเทียมที่ถูกต้องและแม่นยำ


ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
คลินิกทันตกรรม ดิไอวรี่  ได้ที่เบอร์ 02-275-3599 ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น.
หรือสามารถติดต่อได้ทาง LINE: @theivorydental

ทำรากฟันเทียม ดีหรือไม่?

Create Date | 8 มกราคม, 2020 678 Views

รากฟันเทียมเป็นวัสดุรูปร่างคล้ายรากฟัน และใส่เข้าไปในกระดูกขากรรไกรเพื่อทดแทนรากฟันที่หายไป โดยทั่วไปวัสดุที่นำมาทำคือ “ไทเทเนียม” ซึ่งเป็นวัสดุที่เข้ากับร่างกายเป็นอย่างดี โดยไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านจากร่างกาย

เมื่อผู้ป่วยมีรากฟันเทียมอยู่ในช่องปากแล้ว มักจะเกิดข้อสงสัยว่ารากฟันเทียมมีการหมดอายุการใช้งานหรือไม่ และจะใช้เคี้ยวอาหารได้หรือไม่?

จริงๆ แล้ว รากฟันเทียมก็เสมือนกับฟันของเราที่ไม่มีอายุการใช้งาน มันควรจะอยู่กับเราได้ตลอดชีวิต ถ้าเราดูแลสุขภาพช่องปากได้อย่างถูกต้อง รากฟันเทียมสามารถใช้งานได้เหมือนกับฟันธรรมชาติ และไม่มีข้อห้ามในการใช้งานที่แตกต่างไปจากฟันธรรมชาติ และสามารถใช้เคี้ยวอาหารได้ทุกชนิด

อย่างไรก็ตาม รากฟันเทียมไม่ได้เหมาะกับผู้ป่วยทุกคนที่สูญเสียฟันธรรมชาติ ทันตแพทย์จะทำการวิเคราะห์ว่าท่านเหมาะสมกับการใส่รากฟันเทียมหรือไม่? ด้วยการซักประวัติ ตรวจในช่องปาก พิมพ์ปากเพื่อนำมาทำแบบจำลองฟัน และเอกซเรย์เพื่อดูปริมาณกระดูกว่าเหมาะสมหรือไม่

ปัจจัยที่ทำให้ผู้ป่วยไม่เหมาะกับการใส่รากฟันเทียมแบ่งออกเป็น ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโรคประจำตัว และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับปริมาณและคุณภาพของกระดูก บริเวณที่จะใส่รากฟันเทียม เช่น ผู้ป่วยที่มีโรคเกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ หรือเบาหวานที่ไม่ได้รับการควบคุมระดับน้ำตาลที่ดีพอ หรือมีกระดูกที่แคบ หรือเตี้ย จนไม่สามารถทำการบูรณะให้เหมาะสมก่อนการใส่

รากฟันเทียมได้ ก็จะไม่เหมาะสมกับการใส่รากฟันเทียม ซึ่งทันแพทย์ก็จะให้คำแนะนำในการใส่ฟันปลอมชนิดอื่น

โดยสรุป รากฟันเทียมเป็นทางเลือกที่ดี ถ้าผู้ป่วยมีสภาวะหรือข้อบ่งชี้ที่เหมาะสม

ข้อมูล: หนังสือ ครบเครื่องเรื่อง ฟัน FUN

ข้อดีในการทำรากเทียม

Create Date | 26 ธันวาคม, 2019 792 Views

“การที่มีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี ช่วยให้คุณภาพดีขึ้น” คนที่ฟันหลุด ไปแล้วจะเข้าใจความหมายนี้ดีค่ะ เพราะ ไม่ใช่แค่บุคลิคภาพของเรา แต่ยังรวมไปถึงการรัปทานอาหาร เพื่อสุขภาพ การพูด ตลอดจนการเข้าสังคม แต่ถ้าหาก สุดวิสัยและ จำเป็นต้องถอนฟันออก หรือ ฟันหลุดไม่ว่าจะกรณีใดๆ การทำรากเทียมก็เป็นอีก ทางเลือกในการ ทดแทนฟันที่หายไป ค่ะ วันนี้เรามาพูดถึงข้อดีข้อเสีย ในการทำรากฟันเทียมกันค่ะ ในความคิดส่วนตัวแล้ว แอดมินคิดว่า การทำรากเทียม ไม่ได้เจ็บและน่ากลัวเท่ากับการถอดฟันค่ะ 

ข้อดี ของการทำรากเทียม

  • ฟันไม่หลอ
  • มั่นใจ
  • ให้ประสิทธิภาพการเคี้ยวเท่าเทียมฟันจริง
  • ไม่ต้องยุ่งกับฟันข้างเคียง
  • ไม่เกิดผุซ้ำ เพราะไม่มีฟันให้ผุอีกตรงที่ทำ
  • ไม่ต้องรอคิวนาน ตัดสินใจแล้วทำที่ดิไอวรี่คลินิกได้ทันทีเลยค่ะ

ข้อเสีย ของการทำรากเทียม

  • ราคาแพง ถ้าทำหลายๆตำแหน่ง เหมือนอมรถไว้ในปากคันหนึ่ง
  • มีโรคทางระบบมารุมเร้า  เช่น เบาหวาน เป็นต้น อาจมีภาวะเสี่ยง กระดูกเน่า
  • ถ้าล้มเหลว การแก้ไข ทำได้ลำบาก เพราะเป็นหัตการ ฝังแท่นเข้าถึงกระดูก แต่เกิดขึ้นน้อย
  • กระดูกที่รองรับต้องมั่นคง  ตำแหน่งที่ฝัง ต้องปลอดภัยต่อ เส้นเลือดแดงและเส้นประสาทที่ทอดขนานอยู่ รวมทั้ง โพรงของไซนัสด้วย
  • ราคาที่ค่อนข้างสูง
รู้หรือไม่คะการทำรากฟันเทียม ทดแทนฟันที่หลุดหายไป ไม่น่ากลัวเท่าที่คิดนะคะ

สำหรับผู้ที่ กำลังจะใส่ ฟันปลอม หรือผู้ที่กำลังจะเปลี่ยนฟันปลอม  ไม่มีอะไรดีไปหมด ไม่มีอะไรเลวร้ายไปหมด  บางรายหนึ่งอาจเหมาะกับอย่างหนึ่ง แต่ไม่เหมาะกับอีกอย่างค่ะไม่อาจ นำเอาข้อมูลคนหนึ่งมาวัดเข้ากับตนเอง ทุกคนมีปัจจัย ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ดังนั้นค่อยๆพิจารณา และนำข้อมูลเหล่านี้ ปรึกษาหารือ กับทันตแพทย์ที่เราไปพบ อย่างน้อยเราก็พอมีความรู้ ข้อมูลเกี่ยวกับ ฟันปลอมพอสมควร ที่จะใช้ซักถาม เพื่อหาสิ่งที่คิดว่าใช่ที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม แอดมินอยากขอให้รักษา ฟันตนเองไว้ให้ดีที่สุดค่ะ อย่าต้องพึ่งพา ของปลอม มีปัญหา รีบแก้ไขแต่เนิ่นๆ อย่ากลัว การทำฟันทุกครั้ง ไม่ได้น่ากลัวหรือย่ำแย่ทุกครั้งไปพบทันตแพทย์ช่วยตรวจฟันบ่อยๆนะคะ แต่จริงๆแล้ว คนที่ยิ่งกลัวหมอฟัน เวลา มีปัญหาทุกครั้ง มักสร้างความเจ็บปวด มีแต่คนที่ไม่กลัว หาหมอบ่อยๆ มักเป็นงานง่ายๆ ราคาเบาๆ ไม่เจ็บปวดค่ะ

รู้อย่างนี้อย่ากลัว หมอฟันอีกต่อไปนะคะ

รากฟันเทียมติดแน่น

Create Date | 7 ธันวาคม, 2019 796 Views

ฟันปลอมแบบติดแน่นทั้งปาก หรือที่เรียกว่า All-on-4  All-on-5 and All-on-6 Concept
นวัตกรรม​การรักษาทางทันตกรรมรากเทียม All-on-4 and All-on-6 dental implant concept  แบบนี้ เป็นการฝังรากเทียม 4 5หรือ 6 ตัว เพื่อรองรับแผงฟันปลอมแบบติดแน่น หรือสะพานฟัน โดยใช้สกรูหรือที่เรียกว่ารากเทียมยึดแผงฟันปลอมหรือสะพานฟัน ไว้กับรากฟันเทียม


การรักษาแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่สูญเสียฟัน และกระดูกรองรับฟันไปแล้วเป็นเวลานาน สะดวกในการดูแลรักษา ฟันปลอมที่ใส่ไม่กระดก หรือหลุด ง่าย ไม่ต้องถอดออกมาแช่น้ำ เหมือนฟันปชอมถอดได้


ประโยชน์ของ All on 4 นั่นเพื่อ ยึดฟันปลอมให้ติดแน่นกับปากตลอดเวลา จึงทำให้ฟันปลอม ไม่กระดก หรือ โยกไปมาได้เหมือนฟันปลอมทั่วๆไป ติดแน่นกว่าฟันปลอมถอดได้ใส่กาวติดฟันปลอม ไม่จำเป็นต้องถอดออกมาทำความสะอาดเหมือนฟันปลอมปกติ สามารถเเปลงฟันแบบปกติได้เลย เทคนิคนี้ยังสามารถประยุกค์ใช้กับสะพานฟันได้อีกด้วย ไม่ใช่เพียงแค่ฟันปลอม


ทำนัด ปรึกษารากฟันเทียมติดแน่น คลีนิคทันตกรรม ดิไอวรี่
Call us :The Ivory Dental Clinic
Call : +66(0)2275-3599
Line. : @theivorydental
www.theivorydental.com

รากฟันเทียม

Create Date | 26 สิงหาคม, 2019 1149 Views

ข้อดีของ การทำรากฟันเทียม 

  • 1. ฟันปลอมไม่กระดก พูดได้ชัดเจน
  • 2. รับประทานอาหารได้ทุกชนิดตามความต้องการ
  • 3. รู้สึกสะดวกสบายใกล้เคียงกับฟันแท้เดิม 
  • 4. ช่วยให้ฟันแท้ที่อยู่ข้างเคียงกับกระดูกขากรรไกรไม่โยก บิดเบี้ยว และอยู่ในสภาพปกติ 
  • 5. มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เชื่อมั่นในตนเอง และมีบุคลิกภาพที่ดี
  • 6. ฟันมีลักษณะสวยงามเป็นธรรมชาติ 

ขั้นตอนการทำรากเทียม

          1. ทันตแพทย์ทำการตรวจ X-Ray ประเมินความหนาของ soft tissue ที่อยู่บนสันเหงือก จากนั้นก็จะผ่าตัดและฝังตัวรากเทียมที่ผลิตมาจากแท่งไทเทนเนียมบริสุทธิ์ลงไปในกระดูก เย็บปิดปากแผล หลังจากนั้น 7 วัน ทันตแพทย์จะนัดตัดไหมที่เย็บออก และให้คนไข้รอเวลา เพื่อให้รากเทียมยึดติดกับกระดูกขากรรไกรได้ดี สำหรับฟันบน ใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน และ 2-3 เดือน สำหรับฟันล่าง

          2. เมื่อรากเทียมยึดติดกับกระดูกขากรรไกรดีแล้ว ทันตแพทย์จะทำการต่อเดือยรองรับครอบฟัน (Abutment) เพื่อใช้เป็นที่รองรับครอบฟัน และพิมพ์ปากเพื่อส่งให้ Lab ทำครอบฟัน โดยครอบฟันนั้นทำมาจากวัสดุเซรามิค (porcelain)

          3. หลังจากนั้นประมาณ 1-4 สัปดาห์ ทันตแพทย์จะใส่ครอบฟันให้ ซึ่งจะมีรูปร่างลักษณะ และสีสวยงามเหมือนฟันธรรมชาติ และ ทำหน้าที่ในการบดเคี้ยวได้ใกล้เคียงฟันธรรมชาติมาก

          4. ทันตแพทย์จะนัดตรวจเช็คอีก 1 เดือน 2 เดือน และ 6 เดือน เพื่อตรวจดูประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวให้ใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติ สามารถรับประทานอาหารได้ทุกชนิด ทำความสะอาดได้ง่าย 

รากฟันเทียมประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วนคือ 

          1. รากเทียม (Fixture) ซึ่งทำมาจากโลหะไทเทเนียม (Titanium) มีลักษณะคล้ายรากฟัน และจะฝังอยู่ในกระดูกขากรรไกร ซึ่งสามารถยึดติดได้อย่างแนบแน่นโดยไม่ทำให้เนื้อเยื่ออักเสบ และไม่เกิดผลข้างเคียงใดๆ 

          2. เดือยรองรับครอบฟัน (Abutment) เมื่อฝังรากเทียมบนกระดูกขากรรไกร เพื่อให้รากเทียมยึดติดกับกระดูกขากรรไกรได้ดีต้องใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือน หลังจากนั้นจึงจะใส่เดือยรองรับครอบฟันลงบนรากเทียม เพื่อใช้เป็นที่รองรับครอบฟันต่อไป 

          3. ครอบฟัน (crown) เป็นส่วนที่อยู่ด้านบนของเหงือก ซึ่งจะทำมาจากเซรามิค (porcelain) มีรูปร่างลักษณะและสีเหมือนฟันธรรมชาติ

   การดูแลแผลผ่าตัดและฝังตัวรากเทียมจะดูแลเช่นเดียวกับแผลผ่าตัดถอนฟันตามปกติ ซึ่งทันตแพทย์อาจให้คำแนะนำที่เฉพาะในแต่ละกรณีไป และนอกจากนี้ทันตแพทย์จะทำการนัดหมายให้ผู้ป่วยมาดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ฟันปลอมและรากเทีียมมีสภาพที่ดีและพร้อมใช้งานได้ตลอดไป อายุการใช้งานรากเทียมโดยทั่วไปจะคงทนตลอดชีวิต ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลอย่างเป็นระบบตามที่ทันตแพทย์จัดวางไว้

การดูแลรักษาฟันเทียม

    1. การดูแลแผลผ่าตัด คนไข้ควรกัดผ้าให้แน่นพอสมควร นาน 1 ชั่วโมง แล้วคายผ้าทิ้ง หากมีเลือดไหลออกมาอีก ให้กัดผ้าที่สะอาดใหม่ซ้ำอีก 1 ชั่วโมง

     2. ถ้าเลือดไหลไม่หยุด ห้ามอมน้ำแข็ง ควรใช้น้ำแข็งห่อประคบนอกบริเวณปาก และบริเวณแผลผ่าตัด 

     3. ห้ามบ้วนน้ำ หรือน้ำยาใดๆ ในวันแรกของการผ่าตัดและฝังตัวรากเทียม เพราะอาจทำให้เลือดที่ปิดปากแผลหลุด เลือดจะไหลออกมาได้อีก วันต่อไปใช้น้ำยาบ้วนปาก หรือน้ำเกลืออุ่นๆ บ้วนเบาๆ (น้ำอุ่น 1 แก้ว ผสมเกลือ 1 ช้อนชา) โดยเฉพาะภายหลังรับประทานอาหาร

     4. สามารถแปรงฟันทำความสะอาดช่องปากได้ตามปกติ เพียงแต่ระวังแผลที่เกิดจากการผ่าตัดและฝังตัวรากเทียม

     5. ถ้ามีอาการปวดให้รับประทานยาแก้ปวดครั้ง 1-2 เม็ด ถ้าอาการปวดไม่หาย ให้รับประทานใหม่ โดยทิ้งระยะเวลาให้ห่างกัน 4 ชั่วโมง

     6. ห้ามนำนิ้วมือ ไม้จิ้มฟัน หรือของแข็งใดๆ แคะเขี่ยบริเวณแผล และห้ามดูดแผลเล่น

     7. สามารถทำงานประจำวันได้ แต่ไม่ควรออกกำลังกายมากเกินไป

     8. ห้ามดื่มสุรา ของมึนเมา หรือรับประทานอาหารที่เผ็ดจัด หรือร้อนจัด

     9. ควรรับประทานอาหารอ่อนๆ และค่อนข้างเย็น เช่น นมเย็น ข้าวต้ม ซุปต่างๆ

     10. ถ้ามีอาการบวม หรือรู้สึกอาการผิดปกติ ควรกลับไปให้ทันตแพทย์ตรวจดูอีกครั้ง

ความสำเร็จของการทำรากฟันเทียม   ขึ้นอยู่กับสภาพกระดูก การตอบสนองของเนื้อเยื่อคนไข้ และความชำนาญของผู้ให้การรักษาประกอบกัน หลังจากฟันเทียมยึดติดได้บนรากเทียม  ก็จะได้ฟันเทียมที่ดูเหมือนธรรมชาติ และใช้งานได้ดีเหมือนฟันแท้ ๆ ซึ่งความสวยงามของฟันเทียม ก็จะขึ้นอยู่กับวัสดุที่นำมาใช้ในการทำ และความสามารถของแล็ปทันตกรรมที่ผลิต ซึ่งแล็ปในประเทศไทยที่สามารถทำฟันได้เหมือนธรรมชาติมีมาก จนมีชาวต่างประเทศจำนวนมากเดินทางมาเพื่อทำฟันเทียมโดยเฉพาะทีเดียว ว่ากันว่าการทำรากเทียมนั้นถึงแม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายสูงมากแต่ก็เปรียบได้กับการซื้ออวัยวะที่ขาดหายไป สำหรับผู้สูงอายุที่มีสุขภาพทั่วไปสมบูรณ์ตามวัย ไม่มีโรคทางระบบบางประเภทที่เป็นข้อห้าม สามารถใช้ฟันปลอมที่มีการพยุงรับด้วยรากเทียมได้เช่นเดียวกับคนไข้ทั่วไป

          การดูแลรักษาที่ไม่ยุ่งยาก รวมไปถึงความสวยงาม จึงทำให้ทันตกรรมรากเทียมเริ่มเป็นที่นิยม ได้รับการยอมรับถึงผลสำเร็จในการรักษาและมีแนวโน้มที่จะมาแทนที่สะพานฟันมาก ขึ้น เพราะสะพานฟันมีข้อจำกัดอยู่บางประการ นั่นก็คือ คุณจำเป็นต้องกรอฟันซี่ข้างเคียงเพื่อเป็นหลักยึดของสะพานฟัน ทำให้สูญเสียเนื้อฟันธรรมชาติไป

สะพานฟันเป็นการเสริมฟันในส่วนที่อยู่ด้านบนของเหงือก ฉะนั้นเมื่อเวลาผ่านไปกระดูกที่รองรับรากฟันของซี่ที่ถูกถอนไปจะค่อยๆละลาย ลง ทำให้เกิดการยุบตัวของกระดูกในบริเวณนั้น โดยเฉพาะส่วนฟันหน้าด้านบน เมื่อกระดูกละลาย จะทำให้โครงหน้าเปลี่ยน และดูแก่กว่าวัย แต่รากเทียมจะช่วยรักษากระดูกรองรับรากฟันไว้ทำให้กระดูกบริเวณนั้นไม่ละลาย และคงสภาพเดิมไว้

          ด้วยทันตกรรมรากเทียม คุณจะสามารถมีฟันซี่ใหม่ที่สวยงาม ใช้งานได้ใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติ ทำให้คุณสามารถส่งยิ้มให้กับคนรอบข้างได้อย่างสดใส และสามารถเพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารได้อย่างเอร็ดอร่อย อย่างไรก็ตามคุณควรปรึกษากับทันตแพทย์เฉพาะทางรากเทียมอีกครั้ง เพื่อวางแผนและให้การรักษาได้อย่างเหมาะสม และมีประสิทธิภาพ

ตรวจสอบโปรโมชั่นอื่นๆได้ที่ : The Ivory Dental คลีนิคทันตกรรม ดิไอวรี่
Call us : 022753599
Line. : @theivorydental
Website : www.theivorydental.com
Location : https://g.co/kgs/FKhXh3
E-mail : inquiry@theivorydental.com

ทำนัดทำฟัน สำหรับผู้สูงอายุ กดที่นี่

รากฟันเทียม

Create Date | 22 สิงหาคม, 2019 0 Views

รากฟันเทียม

Create Date | 22 สิงหาคม, 2019 0 Views