6 เหตุผล ที่ควรจะจัดฟัน

Create Date | 7 สิงหาคม, 2019 8972 Views

6 เหตุผลหลักๆ ที่เราควรจะจัดฟัน

  • ฟันซ้อน – ฟันที่ขึ้นมามากเกินไปจนเกทับกัน อีกหนึ่งลักษณะที่ทำให้ฟันมีปัญหา เบียดเสียดเพื่อแย่งพื้นที่กัน สมควรที่ต้องถอนซี่ส่วนเกิน และจัดฟันใหม่ให้เข้าที่
  • ฟันสบเปิด – เมื่อขบฟันแล้วมีช่องว่างเปิดระหว่างฟันบนกับฟันล่างมากเกินไป ไม่สวยงาม ควรต้องจัดระเบียบฟันใหม่ เพื่อลดช่องว่างเหล่านี้
  • ฟันกัดคร่อม –  ฟันบนไม่สามารถขบได้พอดีกับฟันล่าง มีลักษณะขบแบบไขว้ สลับกันไปมา ไม่สมดุล ทำให้การขบเคี้ยวอาหารได้ไม่เต็มปากเต็มคำ
  • ฟันบนยื่น – ฟันบนยื่นออกมาข้างหน้ามากจนเกินไป ลักษณะเหมือนแก้วหน้าม้า ฟันจอบ หรือฟันไม่เข้า ที่ชอบนำมาล้อเลียนกันทั่วไป
  • ฟันล่างยื่น – ฟันล่างยื่นออกมาข้างหน้ามากจนเกินไป จะคล้ายกับแบบฟันบนยื่นแต่เป็นชุดฟันล่าง ที่ล้ำมาข้างหน้าแทบทั้งแถว
  • ฟันกัดเบี้ยว – จุดศูนย์กลางของฟันบนไม่ตรงกับฟันล่าง ส่งผลต่อการบดเคี้ยวอาหารทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพมากพอ 

ทั้งหมดดังกล่างคือเหตุผลหลักๆ ที่เราจะต้องทราบและนึกถึงก่อนการจัดฟัน นอกเหนือจากความสวยงามเพียงอย่างเดียว

การจัดฟันสามารถทำได้ตั้งแต่เด็ก จนถึง ผู้ใหญ่ แต่ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือช่วงอายุประมาณ 10-14 ปีเนื่องจากร่างกายกำลังเจริญเติบโต มีผลในการจัดฟัน มีการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างใบหน้า อีกทั้งฟันสามารถเคลื่อนที่ได้ง่ายเป็นประโยชน์ต่อการจัดฟัน 

หากอายุมากแล้วหรือประมาณ 30 ปีขึ้นไป อาจต้องใช้ระยะเวลาในการจัดฟันที่นานกว่าปกติ ดังนั้นจึงควรรักษาสุขภาพช่องปากให้ดีและปรึกษาทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนรับบริการ

ส่วน จัดฟันที่ไหนดี หมอจัดฟันที่ไหนเก่ง นั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้ที่จะจัด ในการหาข้อมูลรีวิวทันตแพทย์ หมอฟัน และคลินิกที่ให้บริการการจัดฟัน

ตรวจสอบโปรโมชั่นอื่นๆได้ที่ : The Ivory Dental คลีนิคทันตกรรม ดิไอวรี่
Call us : 022753599
Line. : @theivorydental
Website : www.theivorydental.com
Location : https://g.co/kgs/FKhXh3
E-mail : inquiry@theivorydental.com

กินยาละลายลิ่มเลือด ทำฟันได้ไหม?

Create Date | 6 สิงหาคม, 2019 34057 Views

สิ่งสำคัญในการทำทันตกรรม ทำฟัน ผู้ป่วยต้องรู้ถึงโรคประจำตัวของคนไข้เอง เพื่อผู้ป่วยจะสามารถให้ข้อมูลกับทันตแพทย์ประจำตัว ให้ตรงต่อการรักษา ตลอดจนยาประจำตัวของตนเองให้ทันตแพทย์ทราบ เพื่อที่จะวางแผนการรักษา หรือต้องปรึกษาอายุแพทย์ก่อนการรักษาทางทันตกรรม เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างตรงจุดและถูกต้อง ป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะตามมาภายหลังการรักษา

โดยปกติ การักษาทางทันตกรรม หรือ ทำฟัน การถอนฟัน การเกลารากฟัน การทำความสะอาดฟัน ขูดหินปูน อาจจะทำให้เลือดออกได้ ผู้ป่วยที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด จะมีความเสี่ยง ที่เกิดเลือดออกมากกว่าปกติหลังจากการทำฟัน ทันตแพทย์จึงแนะนำให้หยุดทานยาละลายลิ่มเลือด ก่อนการทำฟัน

มีผู้ป่วยที่รัปทานยาละลายลิ่มเลือดเป็นจำนวนมาก ในหลายๆโรค เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง

ทางการแพทย์ ยากลุ่มนี้ คือ ยาต้านเกล็ดเลือด แอสไพริน คลอพิโดเกล หรือที่เียกว่ายาต้านการแข็งตัวของเกล็ดเลือด วอร์ฟาริน รวมทั้งหมดนี้ เรียกว่า ยาละลายลิ่มเลือด มีประโยชน์เป็นอย่างมากต่อการลดมลภาวะแทรกซ้อนของโรค ที่มีผลแทรกซ้อนในการเลือดออก ง่ายและหยุดยาก

ผู้ป่วยตรวจสอบข้อมูล

โปรโมชั่นอื่นๆได้ที่ : The Ivory Dental คลีนิคทันตกรรม ดิไอวรี่
Call us : 022753599
Line. : @theivorydental
Website : www.theivorydental.com
Location : https://g.co/kgs/FKhXh3
E-mail : inquiry@theivorydental.com

 

Dental Phobia โรคกลัวหมอฟัน ที่ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

Create Date | 1 สิงหาคม, 2019 7755 Views

Dental Phobia โรคกลัวหมอฟัน

เชื่อว่าต้องมี ไม่มากก็น้อย กับการที่รู้สึกกลัว เครียด กินไม่ได้ นอนไม่หลับ อยู่ไม่สุขพอรู้ว่าต้อง ไปหาหมอฟัน นั่นแหละค่ะที่เขาเรียกกันว่า Dental Phobia หรือโรคกลัวหมอฟัน

สาเหตุเกิดมาจากอะไร?

หลายสาเหตุค่ะ แต่สาเหตุหลักๆเลย ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ มักจะกลัวเจ็บ หรือไม่ก็เคยเจอประสบการณ์ที่ไม่ดีมาในอดีต เช่น อาจจะเคยเจอหมอฟันที่มือหนัก หรือค่อนข้างดุๆ ก็เลยกลัวหมอฟันคนอื่นไปด้วยมาจนถึงทุกวันนี้

โรคนี้อาการเป็นยังไง?

อย่างที่บอกเลย ก็คือว่าเราจะเครียดมาก พอเห็นใบนัดหมอ พอรู้ว่าต้องไปคลินิค บางทีก็ออกลายเหมือนเด็กขี้แย โยเยไม่กล้าเข้าห้องตรวจ กลัวเครื่องมือทำฟันของหมอ บางรายถ้าแย่หน่อยก็อาจจะกลัวถึงขั้นป่วยจริงๆไปเลย หรือไม่ก็หายใจผิดปกติค่ะ

วิธีแก้ไข

ยังไงก็แล้วแต่ โรคกลัวหมอฟันนี่มีทางแก้นะคะ หมอเป็นอยู่สักพักใหญ่เลย สุดท้ายก็ดีขึ้น แล้วตลอดชีวิตการทำงาน หมอก็เจอเคสแบบนี้บ่อย คุณพ่อคุณแม่ ลุง ป้า น้า อา พาลูกหลานมาที่คลินิกหมอ บางรายกลัวหมอ ไม่กล้าเข้ามาหาหมอ ร้องไห้งอแงบ้าง นั่งเกร็งๆบ้าง วันนี้หมอเลยอยากแนะนำเคล็ดลับวิธีแก้ไข ที่หมอใช้จัดการกับปัญหาที่ผ่านมาทั้งหมดค่ะ

พยายามชวนหมอฟันคุยบ้าง เพราะปฏิสัมพันธ์ที่ดีจะช่วยลดความเครียดได้ เช่นเวลาเราเข้าไปอยู่ในห้องตรวจแล้ว เวลาหมอฟันจะหยิบนู่นจับนี่ เราก็อาจจะถามว่า เอ๊ะนั่นเครื่องมืออะไร ใช้ทำอะไร หรือยาตัวนี้เรียกว่าอะไร ถามเอาความรู้ไปเลยค่ะ ไม่ต้องเขิน ไม่ต้องเกร็ง

ถ้าหากรู้สึกว่าอาการไม่โอเคขึ้น ลองไปปรึกษาหมอฟันอีกรอบนะคะ หมอฟันบางทีอาจจะให้ยาคลายเครียดมากิน

การที่เรายังกลัวหมอฟัน ทั้งๆที่อายุไม่ใช่น้อยๆแล้ว ไม่ถือเป็นเรื่องน่าอายนะคะ บอกหมอฟันไปตรงๆเลยว่าเรารู้สึกยังไง เรากลัว เราเกร็ง หมอฟันจะได้ช่วยเราหาทางรับมือให้สถานการณ์ดีขึ้น หรือถ้าคุณพ่อคุณแม่มีลูกเล็กๆที่กลัวหมอฟัน ก็เหมือนกันค่ะ ควรพูดคุยกับหมอฟันไปเลย จะได้รู้ว่าต้องทำยังไงต่อไป จะได้ช่วยกันปลอบประโลมอะไรก็ว่าไป เก็บไว้เฉยๆคนเดียวอาการไม่ดีขึ้นหรอกนะคะ

ข้อนี้อาจจะฟังดูขัดๆกันหน่อย แต่เคยได้ยินมั้ยคะว่า ยิ่งเรากลัวอะไรสักอย่าง เราควรจะมีความกล้าในการเผชิญหน้ากับสิ่งที่เรากลัว หมอฟันก็เหมือนกันค่ะ ยิ่งกลัวยิ่งต้องหมั่นไปหาบ่อยๆ เพราะอะไร? เพราะว่าถ้าแค่ตรวจฟันธรรมดาเรายังกลัว แล้วถ้าปล่อยให้สุขภาพในช่องปากแย่ลง ไม่ไปหาหมอฟัน ไม่ไปให้เช็คว่ามีความผิดปกติอะไรบ้าง จนเกิดฟันผุ เหงือกอักเสบ ฟันคุด  หรือเป็นอะไรแย่ๆอย่างอื่นขึ้นมา ต้องเข้ารับการรักษาแบบเจ็บตัว อย่างนี้จะไม่ยิ่งกลัวตัวสั่นกว่าเดิมหรอกเหรอคะ ถูกมั้ยล่ะ? เพราะฉะนั้นอะไรที่ทำได้แต่เนิ่นๆก็ทำเสียดีกว่า

สูดหายใจลึกๆ หรืออาจจะฟังเพลงเบาๆ ก่อนไปหาหมอฟัน เพื่อให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย

ตรวจสอบโปรโมชั่นอื่นๆได้ที่ : The Ivory Dental คลีนิคทันตกรรม ดิไอวรี่
Call us : 022753599
Line. : @theivorydental
Website : www.theivorydental.com
Location : https://g.co/kgs/FKhXh3
E-mail : inquiry@theivorydental.com

รู้หรือไม่ ฟันปลอมมีกี่ชนิด

Create Date | 26 กรกฎาคม, 2019 7675 Views

ฟันปลอม มีหลายแบบ โดยแบ่งง่ายๆ เป็น  3 ประเภท 

สนใจทำฟันปลอม จะต้องไปให้คุณหมอตรวจสภาพช่องปาก เพราะคนเราแต่ละบุคคลก็เหมาะกับฟันปลอมแตกต่างกัน ไม่ใช่ว่าเราสามารถเลือกทำฟันปลอมชนิดไหนก็ได้เสมอไป หากใครที่มีใจอยากทำฟันเทียม ศูนย์ทันตกรรมดิไอวรี่ ของเรามีความเชี่ยวชาญและเป็นผู้นำในเรื่องการทำฟันที่มีคุณภาพไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำรากฟันเทียม ฟันปลอม เคลือบฟัน ดัดฟัน ฟอกสีฟัน ก็มีบริการในส่วนนี้เช่นกัน โดยการทำฟันปลอมและรากฟันเทียม ถือได้ว่ามีคนนิยมให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ที่บินมาจากต่างประเทศเพื่อทำรากฟันเทียมกับทางศูนย์ทันตกรรมดิไอวรี่ด้วยเพราะเราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรมความงาม การรักษาที่ทำออกมา นอกจากจะแก้ปัญหาการสูญเสียฟันแล้ว แต่ยังออกมาดูเป็นธรรมชาติเสมือนฟันแท้

  • 1. ฟันปลอมแบบถอดได้ 
  • 2. ฟันปลอมแบบติดแน่น 
  • 3. ฟันปลอมแบบรากเทียม 

 

1. ฟันปลอมแบบติดแน่น หรือเรียกว่าสะพานฟัน แบ่งเป็นประเภทย่อยๆ เช่นกันตามชนิดของวัสดุที่ใช้

ฟันปลอมแบบ ติดแน่นเหมาะกับฟันหลอน้อยซี่ (1-2 ซี่) เพราะต้องกรอฟันข้างเคียงเพื่อยึด ถ้าฟันข้างเคียงที่ใช้ยึด สภาพไม่ดี เป็นโรคเหงือก ก็ไม่สามารถทำฟันปลอมชนิดนี้ได้

  • ข้อเสีย ต้องมีการกรอฟันข้างเคียงเพื่อยึดฟันปลอม ทำให้สูญเสียเนื้อฟัน ถอดออกมาล้างทำความสะอาดไม่ได้ ติดอยู่ในปากของเราเลย หากเราแปรงฟันทำความสะอาดไม่ดีอาจทำให้ฟันข้างเคียงเสียหายไปได้ เป็นโรคเหงือก หรือฟันผุได้ง่าย ราคาแพง ประมานหลักหมื่น  ต้องเป็นคนละเอียดใส่ใจในการทำความสะอาด สุขอนามัยในช่องปากต้องดี เพราะถ้าไม่ดี จะเป็นตัวบ่งชี้ ความเอาใจใส่ ฟันปลอมชนิดนี้ ทำความสะอาดลำบาก เพราะถอดไม่ออก ต้องมีเครื่องมือทำความสะอาดเฉพาะ
  • ข้อดี สวยงาม ประสิทธิภาพดี แข็งแรง ประสิทธิภาพการบดเคี้ยว เกือบเป็นปกติ เพราะแรงที่เคี้ยวถ่ายลงตัวฟัน ไม่ใช่ถ่ายลงที่เหงือก ไม่รำคาญ เพราะไม่มีระยางค์มากมาย เหมือนฟันถอดได้ หลุดยาก ทำให้มั่นใจ ในการใช้งาน

 

2. ฟันปลอมแบบถอดได้ ซึ่งยังแบ่งประเภทย่อยๆ ตามวัสดุที่ใช้ทำ เช่น ฐานโลหะ หรือพลาสติก  

ฟันปลอมแบบถอดได้ เหมาะสำหรับการใส่ฟันหลอหลายๆ ซี่ ถ้าใส่ฟันปลอมแบบถอดได้ น้อยๆ ซี่ จะน่ารำคาญกว่า เพราะฟันปลอมชนิดนี้ต้องมีส่วนยึดโยงบนเพดานหรือตรงใต้ลิ้นเพื่อยึดฟันปลอ ม การทำซับซ้อนน้อยกว่า  ค่าใช้จ่าย ถูกกว่า ทำความสะอาดง่าย ถอดออกมาล้าง สะอาดทั้งฟันจริงและฟันปลอม ฟันข้างเคียงที่เกี่ยวข้อง ไม่ถูกรบกวนมากเกินไป คือถูกกรอตกแต่งไม่มาก

  • ข้อเสีย  เคี้ยวอาหารไม่สะดวก ประสิทธิภาพน้อย น่ารำคาญเวลาใส่  การบดเคี้ยว ทดแทนฟันธรรมชาติ ได้ประมาณ 30% ระยะยาว อาจหลวม ไม่แน่นดังเดิม เคี้ยวของเหนียว อาจหลุดออกจากตำแหน่งเดิม เศษอาหารอาจติดใต้ฟันปลอม ยามที่สันเหงือกอาจทรุดตัวเมื่อเวลาผ่านไปนานๆ ทำให้รำคาญขณะทานอาหาร
  • ข้อดี ราคาถูก ราคาหลักพัน ขึ้นกับจำนวนซี่ที่ใส่ สามารถถอดมาล้างทำความสะอาดได้

 

3. รากฟันเทียม อาจจัดเป็นฟันปลอมชนิด ติดแน่น ชนิดหนึ่ง แต่แทนที่จะใช้ฟันข้างเคียงเป็นตัวยึด จะมีการกรอกระดูกปักรากฟันเทียมลงไปตรงเหงือกนั้นเพื่อกรอเป็นรากฟันขึ้นมาและจะทำตัวฟันครอบฟันลงไปอีกที  

ฟันปลอมแต่ละชนิดมีข้อกำหนดและวิธีปฏิบัติขั้นตอนในการทำแตกต่างกัน ฟันปลอมแบบถอดได้มีข้อกำหนดน้อยที่สุด ฟันปลอมแบบติดแน่นมีข้อกำหนดมาก และรากฟันเทียมมีข้อกำหนดเยอะที่สุด

  • ข้อเสีย  ราคาค่อนข้างสูง และใช้ระยะเวลาในการทำ ประมาณ 6 เดือนจะมีขั้นตอนการรักษาเป็นระยะๆ เช่น การผ่าตัด ปักรากเทียม  ถ้าล้มเหลว การแก้ไข ทำได้ลำบาก เพราะเป็นหัตการ ฝังแท่นเข้าถึงกระดูก
  • ข้อดี  เหมือนฟันจริงมากที่สุดในปัจจุบัน ประสิทธิภาพและความสวยงามดี ให้ประสิทธิภาพการเคี้ยวเท่าเทียมฟันจริง ไม่เกิดการผุซ้ำ ตรงที่ทำ เพราะไม่มีฟันให้ผุอีก

ทราบกันแล้วว่า ฟันปลอมมีกี่ประเภท ก็ควรเลือกให้เหมาะสมกับตัวเราเองมากที่สุด การที่เรามีฟันในปากไม่ครบจำเป็นมากๆ ที่เราจะต้องไปใส่ฟันปลอม เพราะไม่อย่างนั้นฟันที่อยู่ด้านของฟันที่หลุดออกไปก็อาจจะเอียงล้ม เกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย เหงือกของเราก็อาจจะอักเสบเพราะอาหารมากระแทก แถมยังเสี่ยงกับฟันผุง่ายๆ เพราะเศษอาหารมันจะเข้าไปติดตามซอกเหงือกที่ไม่มีฟัน ดังนั้นก็อย่ามั่วลังเลรอช้าอยู่เลยคะ

 

การใส่ฟันปลอมช่วยทำให้ผู้สูงอายุสะดวกมากขึ้น แต่ฟันปลอมเหล่านี้ก็ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ คุณควรทำตามคำแนะนำของทันตพย์อย่างเคร่งครัด และควรไปปรึกษาทันตแพทย์เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น การตรวจฟันปลอมเป็นประจำทุกปีจัดเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่ใส่ฟันปลอม

ตรวจสอบโปรโมชั่นอื่นๆได้ที่ : The Ivory Dental คลีนิคทันตกรรม ดิไอวรี่
Call us : 022753599
Line. : @theivorydental
Website : www.theivorydental.com
Location : https://g.co/kgs/FKhXh3
E-mail : inquiry@theivorydental.com

ฟันคุด คืออะไร การผ่าฟันคุด

Create Date | 24 กรกฎาคม, 2019 12054 Views

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

การผ่าฟันคุดเป็นการผ่าตัดที่สามารถทำได้โดยมักไม่ต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาล โดยหลังจากการผ่าตัด ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้หลังจากทำการผ่าตัดเสร็จ ทั้งนี้หากในการผ่าฟันคุดมีแผลที่ต้องเย็บ ทันตแพทย์จะใช้ไหมละลายในการเย็บบริเวณแผล ไหมชนิดนี้จะละลายไปตามธรรมชาติพร้อม ๆ กับการสมานตัวของปากแผลภายในเวลาประมาณ 3-5 วัน

วิธีการผ่าตัด

การผ่าฟันคุดจำเป็นจะต้องใช้ยาชาหรือยาสลบเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดและช่วยให้การผ่าตัดเป็นไปได้ง่ายขึ้น ซึ่งในการผ่าตัดทางช่องปากมียาชา ยาชาเฉพาะที่ ทันตแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่เข้าไปยังจุดใกล้เคียงบริเวณที่ผ่าตัด โดยอาจฉีดเพียง 1 เข็ม หรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับผู้ป่วย ซึ่งก่อนฉีดนั้นแพทย์ก็จะทำให้บริเวณเหงือกที่จะทำการฉีดยานั้นเกิดความรู้สึกชา โดยการใช้ยาชาเฉพาะจุดจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกตัวตลอดการผ่าตัด แต่จะไม่รู้สึกเจ็บบริเวณที่ผ่าตัด จะมีก็แต่เพียงความรู้สึกถึงแรงดันหรือการเคลื่อนไหวของอุปกรณ์ภายในช่องปาก

  • เมื่อยาชาหรือยาสลบออกฤทธิ์จนทำให้ผู้ป่วยไม่มีความรู้สึกบริเวณที่จะทำการผ่าตัดแล้ว ทันตแพทย์จะเริ่มลงมือทำการผ่าตัดด้วยการใช้มีดกรีดที่เนื้อเยื่อเหงือกเพื่อเปิดให้เห็นกระดูกและฟันคุด จากนั้นจะค่อย ๆ ตัดกระดูกที่ขวางรากฟันคุดออก และแบ่งฟันคุดออกเป็นส่วน ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการนำออกมา ก่อนจะค่อย ๆ นำเศษฟันออกจากบริเวณแผล ล้างทำความสะอาดบริเวณแผล และนำเศษฟันหรือกระดูกที่ตกค้างอยู่ออกจนหมด แล้วจึงเย็บปิดแผล แต่ในบางกรณีก็ไม่จำเป็นต้องทำการเย็บปิดปากแผล จากนั้นในขั้นตอนสุดท้าย ทันตแพทย์จะนำผ้าก๊อซมาปิดบริเวณปากแผลเพื่อควบคุมให้เลือดหยุดไหล
  • หลังจากการผ่าตัดแพทย์อาจใส่ผ้าก๊อซไว้ที่บริเวณปากแผลและให้ผู้ป่วยกัดผ้าก๊อซไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง วิธีนี้จะช่วยให้เลือดหยุดและเกิดเป็นลิ่มเลือดขึ้นภายใน ซึ่งจะช่วยให้แผลสมานเร็วขึ้น ดังนั้นจึงไม่ควรนำออกหากเลือดยังไม่หยุดไหล

ทั้งนี้แผลผ่าฟันคุดจะต้องใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์จึงจะเป็นปกติ โดยในระหว่างการพักฟื้นผู้ป่วยอาจมีอาการดังต่อไปนี้

  • อาการบวมภายในช่องปากและแก้ม อาการบวมนี้จะค่อนข้างรุนแรงในช่วงวันแรก ๆ หลังจากผ่าตัด จากนั้นจะค่อย ๆ ดีขึ้น ซึ่งสามารถประคบเย็นเพื่อช่วยลดอาการบวมได้
  • อาการเจ็บบริเวณขากรรไกร อาการจะค่อย ๆ ลดลงภายใน 7-10 วัน แต่เหงือกบริเวณขากรรไกรจะยังคงมีรอยช้ำต่อไปอีกประมาณ 2 สัปดาห์
  • อาการปวด หากการผ่าฟันคุดมีความซับซ้อนก็จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดค่อนข้างมาก
  • รู้สึกถึงรสชาติไม่พึงประสงค์ภายในช่องปาก อาทิ รสชาติคาวเลือดที่ออกจากแผลซึ่งยังคงตกค้างอยู่
  • อาการเจ็บแปลบ ๆ หรือชาที่ใบหน้า ริมฝีปาก หรือลิ้น เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้น้อย โดยอาจเกิดขึ้นจากยาชาที่ตกค้าง หรือเกิดจากการถูกกระทบกระเทือนที่บริเวณปลายประสาท

ในระหว่างการพักฟื้นและรักษาตัว ช่วงวันแรก ๆ หลังจากการผ่าฟันคุดจะไม่สามารถรับประทานอาหารตามปกติได้ แต่ก็ไม่ควรอดอาหาร และควรรับประทานอาหารให้ครบถ้วน เพราะจะช่วยให้หายได้เร็วขึ้น โดยใน 1-2 วันแรกควรรับประทานอาหารนิ่ม ๆ หรือ อาหารเหลว และควรหลีกเลี่ยงการใช้หลอดดูดน้ำและการรับประทานอาหารร้อนหรือรสจัดจะดีที่สุด นอกจากนี้อาหารที่รับประทานแล้วอาจตกค้างอยู่ในซอกฟันที่ผ่าตัดก็ควรหลีกเลี่ยง และเมื่อแผลเริ่มสมานตัวแล้วจึงเริ่มสามารถรับประทานอาหารตามปกติได้แต่ก็ควรเคี้ยวช้า ๆ เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือน ซึ่งการกลับมารับประทานอาหารได้ตามปกติ จะเร็วหรือช้าก็จะขึ้นอยู่กับตัวผู้ป่วยเองว่ารู้สึกดีขึ้นแล้วหรือยัง

หากในระยะการพักฟื้นหลังการผ่าตัดผู้ป่วยมีอาการผิดปกติ เช่น มีไข้ กลืนไม่ได้ หายใจลำบาก มีเลือดออกมากผิดปกติ มีหนองออกมาบริเวณเบ้าฟัน เกิดอาการชา หรือกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าอ่อนแรงควรรีบไปพบแพทย์ เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณของผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนได้ 

อาการแทรกซ้อนที่มักจะพบหลังจากการผ่าฟันคุดคือ

อาการบาดเจ็บที่เส้นประสาทใบหน้า – เป็นอาการที่อาจพบได้หลังจากการผ่าตัด แต่เกิดขึ้นได้ไม่บ่อยนัก โดยอาการดังกล่าวอาจก่อให้เกิดอาการเจ็บแปลบและชาบริเวณลิ้น ริมฝีปากล่าง คาง ฟัน และเหงือกได้ อาการบาดเจ็บดังกล่าวจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเพียงไม่กี่สัปดาห์ หรือไม่กี่เดือน แต่ถ้าหากนานกว่านั้น นั่นแปลว่าเส้นประสาทดังกล่าวเสียหายอย่างรุนแรง ซึ่งอาการดังกล่าวสามารถส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันได้ เช่น รับประทานอาหารหรือน้ำได้ลำบาก ดังนั้นผู้ป่วยควรรับทราบความเสี่ยงเรื่องภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวก่อนทำการผ่าตัด

กระดูกเบ้าฟันอักเสบ (Alveolar Osteitis) – เป็นภาวะแทรกซ้อนที่สามารถพบได้บ่อยที่สุดหลังจากการผ่าฟันคุด ซึ่งจะเกิดจากการที่ลิ่มเลือดไม่แข็งตัวภายในกระดูกเบ้าฟัน หรือลิ่มเลือดภายในกระดูกเบ้าฟันหลุดไป จนทำให้กระดูกเบ้าฟันว่างและแห้ง และเป็นสาเหตุของอาการปวดหรืออาการปวดตุบ ๆ ที่บริเวณเหงือกหรือขากรรไกรอย่างรุนแรง นอกจากนี้ยังอาจมีกลิ่นและรสไม่พึงประสงค์ออกมาจากบริเวณกระดูกเบ้าฟัน อาการนี้จะกินเวลา 3-5 วันหลังจากผ่าตัด ซึ่งถ้าหากผู้ป่วยไม่ดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์ และมีปัจจัยเหล่านี้ เช่น สูบบุหรี่ อายุมากกว่า 25 ปี มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากอื่น ๆ และมีการผ่าฟันคุดที่ค่อนข้างซับซ้อนก็จะยิ่งทำให้เสี่ยงต่ออาการอักเสบมากขึ้น ซึ่งหากผู้ป่วยมีอาการกระดูกเบ้าฟันอักเสบควรไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการรักษา โดยทันตแพทย์จะทำการล้างทำความสะอาดบริเวณกระดูกเบ้าฟันและปิดด้วยผ้าปิดแผลที่สามารถเปลี่ยนใหม่ได้จนกว่าแผลจะหาย

นอกจากนี้ยังอาจพบภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้เพิ่มเติม เช่น

  • ขากรรไกรแข็งหรือมีอาการอ้าปากได้ลำบาก
  • อาการช้ำที่เหงือกหายช้า
  • ฟันซี่อื่นได้รับการกระทบกระเทือน
  • ขากรรไกรหักเนื่องจากฟันคุดติดแน่นกับบริเวณกรามมากเกินไป แต่พบได้น้อย
  • โพรงไซนัสถูกเปิดออกเนื่องจากฟันคุดซี่ด้านบนถูกถอนออกและทะลุถึงโพรงไซนัส แต่พบได้น้อย
  • อีกทั้งการผ่าตัดอาจทำให้เกิดเลือดออกในปริมาณมาก และหากเลือดไม่หยุดไหลภายใน 24 ชั่วโมง ควรไปพบแพทย์เพราะอาจเป็นอันตรายได

ต้องการปรึกษาในกรณีเร่งด่วน

เพิ่มเพื่อน

 

ทำความรู้จักวีเนียร์คืออะไร

Create Date | 16 กรกฎาคม, 2019 6567 Views

แปะฟันขาว วีเนียร์ คือ อะไร

วีเนียร์ คือการทำเคลือบฟันเทียมนี่เอง ซึ่งเป็นการทำเพื่อรักษาและแก้ไขปัญหาหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นสีฟัน ขนาดฟัน รูปร่างฟัน รวมทั้งแนวแกนฟัน ซึ่งการทำจะมีการนำวัสดุมาติดที่ผิวของฟันเพื่อการรักษา

และวัสดุที่ใช้ในการทำวีเนียร์นั้นก็มีอยู่หลายแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นคอมโพสิตเรซิน อะคริลิคเรซิน แต่ที่เป็นที่นิยมมากในปัจจุบันคือ พอร์ซเลน เซรามิก และในการทำวีเนียร์นั้นจำเป็นที่จะต้องมีการกรอฟันเล็กน้อย ซึ่งถือว่าเป็นการรักษาที่ค่อนข้างที่จะรักษาเนื้อฟันให้กับคนไข้

ข้อดีของการทำวีเนียร์ฟัน

  • ทำให้คุณมีรอยยิ้มที่สวยงาม และมีความมั่นใจในการยิ้มมากขึ้น
  • มีความคงทนมาก
  • ใช้การกรอฟันน้อย
  • ดูสวยงามเป็นธรรมชาติมาก
  • สามารถเลือกสีผิวฟันได้ตามที่ต้องการ
  • การทำวีเนียร์ หรือเคลือบฟันเทียมสามารถเปลี่ยนรูปร่างฟันได้


ขั้นตอนเตรียมก่อนทำวีเนียร์ฟัน

ขั้นตอนที่ 1 เตรียมการทำวีเนียร์ฟัน ก่อนอื่นทันตแพทย์จะทำการตรวจเช็คสภาพฟันของคนไข้ และก็จะทำการกรอฟันในซี่ที่จะต้องทำการรักษา แต่จะมีการกรอออกเพียงเล็กน้อย ประมาณ 0.5 – 1.9 มม. ซึ่งได้กรอออกเท่ากับความหนาของตัวเคลือบฟันที่จะเอามาแปะบนผิวฟันนั้นเอง

ขั้นตอนที่ 2 จากนั้น ทันตแพทย์ก็จะทำการขึ้นรูปแบบจำลอง และทำการพิมพ์ฟันของคนไข้ เพื่อที่จะส่งไปยังห้องแลป เพื่อทำตัวเคลือบฟัน ซึ่งขั้นตอนนี้จะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งทันตแพทย์ก็จะนัดคนไข้กลับมาใหม่อีกครั้งหลังจากที่ตัวแผ่นเคลือบฟันหรือวีเนียร์เสร็จแล้ว

ขั้นตอนการติดวีเนียร์ฟัน

ขั้นตอนที่ 1 การติดวีเนียร์ฟัน ก่อนการติดวีเนียร์หรือเคลือบฟันถาวรนั้น ทันตแพทย์จะทำการตรวจเช็คขนาดให้เป็นที่แน่ใจก่อนว่าทุกอย่างถูกต้องและเป็นไปตามที่คนไข้ต้องการ หากไม่ทันตแพทย์ก็สามารถทำการตกแต่งรูปร่าง และปรับแต่งสีให้ได้

ขั้นตอนที่ 2 หลังจากนั้นทันตแพทย์ก็จะทำการทำความสะอาดฟันที่จะทำการติดวีเนียร์หรือเคลือบฟัน ทำการขัดฟันเพื่อให้เกิดความหยาบซึ่งจะทำให้ติดวีเนียร์ได้แน่นขึ้น และกาวที่ใช้ก็จะเป็นชนิดพิเศษเพื่อตัววีเนียร์จะได้ติดกับฟันอย่างแน่นถาวร

ขั้นตอนที่ 3 จากนั้นก็จะมีการใช้คลื่นแสงลงไปบนฟันที่ได้ติดเคลือบฟันแล้ว เพื่อที่จะกระตุ้นให้กาวทำงานและแห้งเร็วขึ้น และเมื่อกาวแห้งแล้วก็จะทำการทำความสะอาดเพื่อเอากาวส่วนเกินนั้นออกไป

ขั้นตอนที่ 4 ให้คนไข้ทำการเช็คดูว่าทุกอย่างดูดีหรือยัง และลองสบฟัน และลองกัดดู และทันตแพทย์ก็จะทำการปรับแต่งฟันตามความเหมาะสมเพิ่มเติมหากจำเป็นต้องทำ

คลินิก-ทันตกรรม-ดิไอวรี่-วีเนียร์-แปะฟันขาว-ก่อนหลัง
คลินิก-ทันตกรรม-ดิไอวรี่-วีเนียร์-แปะฟันขาว-ก่อนหลัง

สามารถปรึกษาการทำวีเนียร์กับทันตแพทย์เฉพาะทางด้านทันตกรรมสวยงาม ได้ที่คลินิกทันตกรรมดิไอวรี่ โดยทันตแพทย์จะวิเคราะห์ฟันโดยละเอียดพร้อมทั้งวางแผนออกแบบรอยยิ้มให้สวยในแบบที่คุณต้องการ

เพื่อให้การทำวีเนียร์ หรือการทำเคลือบฟันเทียมเป็นไปอย่างดีและมีประสิทธิภาพมากที่สุด The Ivory Clinic คลินิกทันตกรรมเฉพาะทางพร้อมเข้ามาดูแลคุณอย่างเต็มที่ ด้วยทีมทันตแพทย์ที่พร้อมให้คำแนะนำแก่คุณ เพื่อให้การดูแลช่องปากและฟันกับคุณ ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการรักษารากฟันจากคลินิกดิไอวรี่ ได้ที่นี่


สอบถามหรือนัดหมายเข้ารับบริการได้ที่ คลินิกทันตกรรม ดิไอวรี่

โทร. 02-275-3599 ได้ทุกวัน (ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น.)
หรือสามารถติดต่อได้ทาง LINE: @theivorydental

เปลี่ยนฟันให้สวย ด้วยวีเนียร์

Create Date | 17 มิถุนายน, 2019 2603 Views

วีเนียร์ (Veneer)  มีความมนทานและยากต่อการติดคราบสีที่เกิดจากเครื่องดื่ม อาหาร และบุหรี่
ไม่สามารถผุได้เหมือนฟันธรรมชาติ
ช่วยเพิ่มความมั่นใจและความสวยงามแก่ฟันและรอยยิ้มของผู้รับบริการ

วัสดุที่ใช้ทำวีเนียร์เป็นวัสดุที่มีลักษณะและความใสเหมือนฟันธรรมชาติ

  • สามารถช่วยปิดช่องว่างระหว่างฟันในกรณีฟันห่าง
  • สามารถช่วยปรับแต่งรูปร่างของฟันให้มีความสวยงามขึ้น
  • ช่วยซ่อมแซมรูปร่างของฟันที่สึกกร่อนและถูกทำลาย
  • สามารถปกปิดสีฟันที่ผิดปกติหรือไม่สวยได้

ขั้นตอนการทำวีเนียร์(Veneer) เริ่มจากการกรอผิวฟันเล็กน้อยประมาณ 0.5-2.0 ม.ม. เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับนำวีเนียร์มาติดกับเนื้อฟัน หลังจากนั้นจะพิมพ์แบบฟันเพื่อนำไปทำวีเนียร์แต่ละชิ้นให้พอดีและสวยงาม เมื่อวีเนียร์แต่ละชิ้นเสร็จแล้วจะทดลองติดลงบนตัวฟันซึ่งในขั้นตอนนี้จะสามารถปรับแต่ง ได้อีกตามความพอใจของคนไข้ วีเนียร์ที่ทดลองเรียบร้อยแล้วจะนำไปติดกับเนื้อฟันด้วยวัสดุยืดติดถาวรที่เรียกว่า

“composit resin cement” และฉายแสงพิเศษเพื่อให้วัสดุแข็งตัวเป็นขั้นตอนสุดท้ายทั้งนี้ การติดวีเนียร์ให้ได้ผลลัพธ์ ที่ดีขึ้นอยู่กับการทำความสะอาดฟัน และเหงือกที่มีสุขภาพดี วีเนียร์ (veneer) จึงเป็นอีกทางเลือกที่สามารถใช้แก้ไขสีฟันที่หมองคล้ำให้แลดูเหมือนสีฟันธรรมชาติได้ โดยสูญเสียเนื้อฟันน้อยกว่าการทำครอบฟัน

เหตุผลเราควรจะฟอกสีฟัน

Create Date | 17 มิถุนายน, 2019 1121 Views

คุณอาจจะต้องการมีรอยยิ้มที่ขาวสวยเสมอ หรือฟันของคุณเหลืองเมื่อเวลาผ่านไป หรือคุณรู้สึกไม่พอใจกับคราบที่มาจากการดื่มชา กาแฟ หรือน้ำอัดลม ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลใดก็ตาม คุณไม่ได้เป็นเพียงผู้เดียวเท่านั้น

เช่นเดียวกับที่คนเรามีสีผมและสีผิวต่าง ๆ กันไป คนเราก็ยังมีสีฟันที่ต่างกันไปเหมือนกัน ฟันบางซี่อาจจะเหลืองกว่าฟันซี่อื่น ในขณะที่ฟันบางซี่เหลืองไปตามอายุ สีฟันตามธรรมชาติของคุณเกิดจากหลาย ๆ ปัจจัย

  1. คราบบนผิวฟันและการเปลี่ยนสีภายในเกิดจาก:กระบวนการตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น
  2. การใช้ยาปฏิชีวนะ เตเตราซัยคลิน ในวัยเด็ก
  3. การใช้ยาสูบ (โดยการสูบหรือเคี้ยว) การดื่มชา กาแฟ โคล่า หรือไวน์แดง และการรับประทานอาหารที่มีสีแดงจัดเช่น เชอร์รี่ และบลูเบอร์รี่
  4. การสะสมของคราบแบคทีเรียและหินปูน
  5. การรับปริมาณฟลูออไรด์มากเกินไป (มากกว่า 2 ส่วนต่อน้ำหนึ่งล้านส่วน) ในช่วงที่ฟันกำลังก่อตัว ทำให้เกิดเป็นฟันด่าง
  6. โรคเกี่ยวกับฟันที่ทำให้ฟันกลายเป็นสีน้ำตาล เทา หรือดำ

ฟันคุด ไม่ถอนอันตรายไหม

Create Date | 17 มิถุนายน, 2019 32681 Views

ประสบการณ์ของผู้ที่เคยเจ็บปวดทรมานมาหลายคน แต่ทราบหรือไม่ว่าฟันคุดเจ้าปัญหานี้มีผลเสียมากกว่าความเจ็บปวดหากเราไม่รีบถอนออก วันนี้เคล็ดลับสุขภาพดีจะมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับฟันคุดให้ได้ทราบกันอย่างทะลุโปร่งใสกันเลยค่ะ

คนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดคิดว่า ฟันคุด (Impacted tooth) คือฟันที่ไม่สามารถขึ้นได้ตาม ปกติในช่องปากเท่านั้น แต่ที่ถูกต้อง ฟันที่ไม่สามารถขึ้นได้เรียกว่า ซึ่งสามารถแยกได้เป็น ฟันคุด กับ ฟันที่ฝังตัวในกระดูกขากรรไกรใต้เหงือก ซึ่งฟันที่ฝังตัว นี้จะอยู่นิ่ง อาจไม่ปวด ยกเว้นกดทับแนวเส้นประสาท ไม่มีแรงที่งอกขึ้นในช่องปาก ซึ่งตรงข้ามกับฟันคุด ที่จะพยายามงอกขึ้น แต่ไม่สามารถขึ้นได้ เพราะฟันเอียงมีการชนกระทบ (Impact) กับฟันข้างเคียง และมีพื้นที่กระดูกขากรรไกรไม่เพียงพอให้ฟันงอกขึ้นได้ ฟันซี่ที่พบว่าเป็นฟันคุดบ่อยที่สุด คือ ฟันกรามล่างซี่ที่สาม ซึ่งอยู่ด้านในสุดของกระดูกขากรรไกรล่าง บางทีจะเรียกว่า ฟันกรามล่างซี่สุดท้าย เป็นฟันที่งอกหลังสุด โดยปกติแล้วฟันซี่นี้จะขึ้นในช่วงอายุประมาณ 16-25 ปี แต่ฟันซี่นี้มักสร้างปัญหาเพราะเป็นฟันคุด คนที่ไม่เคยรู้จักความทุกข์เป็นอย่างไรก็จะรับรู้ได้ในครั้งนี้ เพราะการปวดฟันเป็นความทุกข์ ฟันซี่อื่นก็อาจพบเป็นฟันคุดได้ แต่พบน้อย

ลักษณะแผลผ่าตัดฟันคุด ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ภายหลังการผ่าฟันคุด ได้แก่ อาการติดเชื้อหลังผ่าตัด มักพบในกรณีที่ฟันคุดอยู่ลึก ใช้เวลาในการทำนาน หรือคนไข้ไม่ดูแลรักษาความสะอาดแผลผ่าตัด แพ้ยาที่ใช้รับประทาน อาจเพื่อแก้ปวด, แก้อักเสบ หรือลดบวม ควรหยุดยาและรีบกลับมาพบทันตแพทย์โดยเร็วเลือดออกเยอะ ซึ่งคงต้องดูเป็นกรณีไปเช่น ฟันคุดอยู่ใกล้เส้นเลือดมาก หรือไหมที่เย็บไว้อาจจะหลุดเป็นต้น ควรรีบกลับมาพบทันตแพทย์ อาการชาริมฝีปาก หลังผ่าตัด เนื่องจากฟันคุดอยู่ใกล้หรือรากของฟันคุดเกี่ยวอยู่กับเส้นประสาทที่มาเลี้ยงฟัน

การถอนฟันคุดมีวัตถุประสงค์เพื่อ
1.เพื่อป้องกันการอักเสบของเหงือกที่ปกคลุมฟัน เพราะจะมีเศษ อาหารเข้าไปติดอยู่ใต้เหงือก แล้วไม่สามารถทำความสะอาดได้ เชื้อแบคทีเรียที่มาสะสมอยู่จะทำให้เหงือกอักเสบ ปวดและเป็นหนอง ถ้าทิ้งไว้การอักเสบจะลุกลามไปใต้คาง หรือใต้ลิ้น ซึ่งจะทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ง่าย นับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยเลยที่ต้องเข้านอนโรงพยาบาล เพื่อรักษาการติดเชื้อจากฟันคุดนี้

2.เพื่อป้องกันฟันข้างเคียงผุ ซอกฟันระหว่างฟันคุดกับฟันกรามซี่ ที่สองที่อยู่ชิดกันนั้น ทำความสะอาดได้ยาก เพราะเป็น เล็กและแคบ เศษอาหารจะติดค้างอยู่ทำให้เกิดฟันผุได้ทั้งสองซี่

3.เพื่อป้องกันการละลายตัวของกระดูก แรงดันจากฟันคุดที่ พยายามดันขึ้นมา จะทำให้กระดูกรอบรากฟัน หรือรากฟันข้างเคียงถูกทำลายไป

4.เพื่อป้องกันการเกิดถุงน้ำหรือเนื้องอก ฟันคุดที่ทิ้งไว้นานไปจะ ก่อปัญหา อาจเกิดเป็นถุงน้ำ แล้วโตขึ้นโดยไม่แสดงอาการเลย จนในที่สุดเกิดเป็นเนื้องอกทำลายฟันซี่ข้างเคียง และกระดูกรอบ ๆ บริเวณนั้น

5.เพื่อป้องกันกระดูกขากรรไกรหัก เนื่องด้วยการมีฟันคุดฝังอยู่ จะทำให้กระดูกบริเวณนั้นบางกว่าที่อื่น เกิดเป็นจุดอ่อน เมื่อเวลาได้รับอุบัติเหตุ หรือกระทบกระแทก กระดูกขากรรไกรบริเวณนั้นจะหักได้ง่าย

6.วัตถุประสงค์อื่น ๆ เช่น ในการจัดฟัน ต้องถอนฟันกรามซี่ที่ สาม ออกเสียก่อนเพื่อให้ง่ายต่อการเคลื่อนฟันซี่อื่น ๆ

อาการที่พบได้หลังการผ่าตัดฟันคุดคือ จะมีอาการปวดและบวมบริเวณแก้มด้านที่ทำผ่า ตัดสัก 4-6 วัน อ้าปากได้น้อยลง แต่ยาแก้ปวดและยาปฏิชีวนะที่ทันตแพทย์จ่ายให้จะบรรเทาอาการลงได้

ผลข้างเคียงแทรกซ้อนของการผ่าตัดฟันคุดมีน้อย ที่พบได้ เช่น เลือดไหลจากแผลผ่าตัดมากผิดปกติ มีอาการชาของริมฝีปากล่างนานผิดปกติ ถ้ามีอาการเหล่านี้ควรรีบกลับไปพบทันตแพทย์ทันที แต่ผลข้างเคียงแทรกซ้อนเหล่านี้พบได้น้อยมาก

 

เผยเคล็ดลับฟันสวย ที่ไม่เคยมีใครบอกคุณ

Create Date | 17 มิถุนายน, 2019 3399 Views

เสน่ห์ของทุกคนอยู่ที่รอยยิ้ม และจะยิ้มให้ติดตราตรึงใจเรื่องของ “ฟัน” จึงเป็นเรื่องสำคัญนะคะ อันที่จริงฟันเป็นอวัยวะที่ทำงานหนักเหลือเกิน แต่มักจะถูกหมางเมินและได้รับการเอาใจใส่ก็ต่อเมื่อเราต้องรักษา พูดง่ายๆ คือ ถ้าไม่เกิดอาการปวดฟัน ฟันผุ ฟันกร่อน ฯลฯ ก็ไม่คิดจะเดินเข้าไปหาทันตแพทย์กันหรอก

เอาล่ะ… เมื่อฟันสำคัญต่อชีวิตเราขนาดนี้ ก็ควรหันมาใส่ใจกันสักนิด เรามาดูกันนะคะว่า ถ้าอยากมีฟันสวยขาวใส จะทำอย่างไรกันได้บ้าง

ทานอาหารบำรุงฟัน

อาหารบฟันส่วนใหญ่จะเป็นอาหารกลุ่มพืชผักผลไม้ ที่มีฤทธิ์ในการกระตุ้นต่อมน้ำลาย ต้านกรด และปกป้องเคลือบฟัน อาหารเหล่านี้ได้แก่ แอปเปิ้ล แครอท บร็อกโคลี่ ส้ม สับปะรด สตรอเบอร์รี เห็ดหอม งา และน้ำส้มสายชูแอบเปิ้ลไซเดอร์

แปรงฟันให้ถูกวิธี

เราแปรงฟันกันตั้งแต่จำความได้ แต่ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่แปรงฟันด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้น หากรักฟัน มาเรียนรู้การแปรงฟันใหม่ตอนนี้ก็ไม่สายนะคะ เพียงแค่เมื่อคุณเริ่มต้นแปรงฟัน ให้เริ่มแปรงในบริเวณฟันซี่ที่คิดว่า แปรงได้สะอาดน้อยที่สุดก่อน เพื่อที่จะเป็นการเน้นการทำความสะอาดที่บริเวณนี้ให้ดีที่สุดก่อน และระหว่างแปรงควรจับหัวแปรงเอียง 45 องศา แล้วค่อยๆ แปรงเป็นวงกลม เหมือนจับดินสอ คุณจะได้ไม่แปรงฟันแรงเกินไป การแปรงฟันด้านหนึ่งๆ ควรแปรงไม่น้อยกว่า 4-5 ครั้ง โดยใช้เวลาแปรงฟันทั้งหมดรวมประมาณ 2-3 นาที ทุกครั้งหลังแปรงฟันเสร็จต้องแปรงลิ้นด้วย และอย่าลืมเปลี่ยนแปรงสีฟันทุกๆ 3 เดือนนะคะ